ปาฐกถาของนายก ยิ่งลักษณ์ นั้น เป็นปาฐกถาของฝ่าย ปชต.โดยใช้ชื่อว่า"ประชาคมประชาธิปไตย"พวกกาฝากเผด็จการอย่าเจ๋อ

กระทู้สนทนา
จึงเป็นปาฐกถา ที่ถูกที่ถูกเวลาและถูกเวทีเพราะเป็นเวที่"ประชาคมประชาธิปไตย"หรือ คนสังคมประชาธิปไตยเขาคุยกัน

โดยในงานนี้จะเห็นว่ามีฝ่าย ปชต.อย่างคุณ อองซาน ซูจี ไปด้วย เขาไปคุยกันเรื่อง ปชต. เขาไปคุยกันแบบคนเป็นวิญญููชน อารยะชน ที่มีอุดมการณ์ ปชต.ที่ยึดถือ สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน  

ไอ้พวกเห้นแก่ตัว เห็นแก่คนส่วนน้อยบ้าอำนาจ ใช้กฏหมู่ของคนส่วนน้อย(ทหาร)บังคับ ปล้นคนส่วนใหญ่โดยการ"ยึดอำนาจ" และโดยการใช้ ตลก (ศาลการเมือง)ในการยึดอำนาจเงียบแทรกแซง รัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนของ ปชช.คนส่วนใหญ่ อย่าเจือก...

ดังนั้น ไอ้พวกขี้คอกอำมาตย์ลูกกะเป๋งระบอบอำมาตยาธิปไตย อย่าเจ๋อ(แต่เห็นคนหนึ่งแล้วที่รีบแจ๋นออกมาเจ๋อ คือ ม๊ากแหลไอ้นัก ปชต.จอมปลอมที่ปกป้อง รธน.โจรยึดอำนาจ ปชช.)  ทะลึ่งจริงๆ ไอ้พวกนัก ปชต.จอมปลอม ไอ้พวกแหล ไอ้พวกสังคมโลกเขาไม่ให้ราคาเอ๋ย...ฮิฮิ

                            

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk56STVPRGN6TlE9PQ==&subcatid=

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 12:32 น.  ข่าวสดออนไลน์

‘ณัฐวุฒิ’ชี้‘ปู’ปาฐกถาปชต.ย้ำให้เห็นข้อเท็จจริงปมขัดแย้ง ไล่‘มาร์ค’ทบทวนความคิดใหม่

วันที่ 30 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่อูลัน บาตอ ประเทศมองโกเลีย ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ถือเป้นการปาฐกถาที่สรุปเอาข้อเท็จจริงการเมืองของประเทศไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน แหลมคมและทรงพลังอย่างยิ่งต่อสถานการร์ทางการเมืองในประเทศไทย เพราะนอกจากการอธิบายความจริงจากความขัดแย้งต่อมิตรประเทศบนเวทีโลกแล้ว ยังถือเป็นการส่งสัญญานบอกทุกฝ่ายให้หันมาพิจารณาความจริงว่าสาเหตุของความขัดแย้งเกิดจากอะไร และตนอยากบอกต่อไปยังผู้มีอำนาจ บารมี หรือองค์กรอิสะว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงลำพังในเวทีโลก แต่เราอยู่ในระบบสังคมที่ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ได้รับการยอมรับสูงสุด ปัจจุบันเมื่อเรามีปัญหาเรื่องประชาธิปไตยก็เท่ากับความน่าเชื่อถือความเชื่อมั่นของประเทศไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพยายามทำมาโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คือ นำพาประเทศออกจากวิกฤตความขัดแย้ง สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นในสายตาของนานาชาติ จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ

“แต่เท่าที่สังเกต คุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังก้าวไม่พ้นกรอบความคิดของตัวเอง นึกถึงแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นที่ตั้ง พยายามวิพากษ์วิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีไม่พูดถึงคดีความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าเป็นการพูดเพื่อช่วยเหลือพี่ชายตัวเอง ผมคิดว่าคุณอภิสิทธิ์น่าจะเปิดความคิดให้กว้างกว่านี้ ใจว่าแคบแล้วความคิดยิ่งแคบกว่าอีก” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นทั้งโลกทราบดี การรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดทำให้นานาประเทศต้อนรับอย่างดียิ่งเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปประเทศใดก็จะได้รับการต้อนรับจากมิตรประเทศในระดับผู้นำมากที่สุดจากที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมา ที่เป็นเช่นนี้เพราะความจริงที่ต่างประเทศทราบตรงข้ามกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์พยายามอธิบาย ต่างประเทศรู้ว่านี่คือนายกรัฐมนตรีที่ถูกรัฐประหาร เป็นนายกฯ ที่ถูกกระทำทางการเมืองมาอย่างยาวนาน จึงพร้อมให้การต้อนรับผู้นำที่มีชะตากรรมทางการเมืองแบบนี้ ต่างกับนายกรัฐมนตรีที่ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ที่มีการสั่งการกำลังออกมาจนทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากแบบนายอภิสิทธิ์ ขณะที่อยู่ในตำแหน่งไปไหนก็ยากลำบาก เมื่อพ้นจากตำแหน่งก็ยังไม่เคยเห็นมีมิตรประเทศที่ไหนแสดงอาการตอบรับเหมือนกับที่แสดงต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นถ้ามองข้ามผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองก็น่าจะเห็นหนทางการคลี่คลายความขัดแย้งได้จากความพยายามของนายกรัฐมนตรีที่พูดความจริงต่อโลก น่าจะส่งผลให้คนไทยยอมรับความจริงเสียทีว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องประชาธิปไตย ไม่มีใครช่วยได้นอกจากทุกภาคส่วนในสังคมไทยต้องช่วยกันเอง

เมื่อถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาเช่นนี้คิดว่าจะได้ผลอะไรกลับมาสู่ประเทศไทยจากสังคมโลก นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เวทีโลกก็จะมองเราอย่างใกล้ชิดมากขึ้นด้วยความสนใจและเอาใจช่วยว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยจะเกิดความปรองดองและสันติภาพทางการเมืองได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่แม้โลกจะเอาใจช่วย นายกฯ ก็พยายาม แต่ยังมีคนบางกลุ่มฉกฉวยประโยชน์จากความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมาตนคิดว่าอาการน่าเป็นห่วง จึงขอร้องให้นายอภิสิทธิ์ได้ทบทวนให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เสียใหม่ ถ้าไม่ฟังคำแนะนำของนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ลองฟังข้อเสนอของตนที่ขอให้มีการปฏิรูปความคิดตัวเองเสียบ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีระบุว่ายังมีกลุ่มที่มีปฏิกิริยาต่อต้านระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นคนกลุ่มใด นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก็เห็นกันทั้งประเทศแล้วว่ามีคนกลุ่มไหนบ้าง เป็นกลุ่มคนที่ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง กลุ่มที่ทำลายความชอบธรรมในอำนาจอธิปไตยของประชาชน และไปยกเอาอำนาจพิเศษ และอำนาจนอกระบบมาอธิบายว่าเป็นอำนาจที่ถูกต้อง เป็นอำนาจที่ควรค่าแห่งความไว้วางใจ ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ ในประเทศ มีทั้งคนดีและไม่ดี ชี้วัดกันด้วยความดีความชั่วอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีข้อสรุปจากคนส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศและเดินไปตามกติกา พวกที่พยายามสกัดขัดขวางก็เป็นคนหน้าเดิมตั้งแต่ออกมาโค่นล้มขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพยายามโค่นล้มน.ส.ยิ่งลักษณ์ วันนี้ต้องไปถามนายอภิสิทธิ์ ที่น่าจะอธิบายได้เป็นอย่างดีเพราะบัญชีรายชื่อของพรรคพวกน่าจะมีอยู่ครบ

เมื่อถามว่าการพูดของนายกรัฐมนตรีสอดรับกับการชุมนุมเรียกร้องของคนเสื้อแดงที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายณัฐวุฒิ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการพูดที่สอดรับกับความจริงทางการเมืองของประเทศไทย และเหมาะสมกับสถานการณ์เพราะในเวทีดังกล่าวที่มองโกเลียประชุมว่าด้วยเรื่องประชาธิปไตย ถ้าผู้นำจากประเทศไทยไปพูดแต่เรื่องการตามจับ ไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างที่นายอภิสิทธิ์ทำนั้นเป็นการผิดกาละเทศะ เมื่อเป็นเวทีการพูดเรื่องประชาธิปไตยเราก็ต้องสะท้อนความจริงแล้วแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้น่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง