วันปิยะมหาราช

ชวนแบกเป้นั่งรถไฟเล่นที่อินเดียใต้กัน 4 (Mahabalipuram)

กระทู้สนทนา
ความเดิม
http://pantip.com/topic/30216921
http://pantip.com/topic/30240790
http://pantip.com/topic/30352052

หนุ่มสวิสที่เจอกันบนเรือขาขึ้นหลวงพระบาง-ห้วยทราย เมื่อสองปีก่อนบอกกับผมว่า การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการใช้เงินที่คุ้มค่ามากที่สุด สำหรับคนที่อยู่ในก๊วนนักท่องเที่ยวแล้ว คำพูดนี้ไม่ต้องถกเถียง สงสัยให้เสียเวลา เพราะมันยอมรับอยู่ในใจแล้ว เงินใช้แล้วหาใหม่ได้ หรือจะมีอุบัติเหตุชีวิตที่มันอาจสูญหายไปภายในพลิบตา มนุษย์ใช้ชีวิตไปมาอยู่สองสิ่ง คือสิ่งที่ได้พูดหรือกระทำเมื่อหลุดจากตัวเราไปแล้ว มันก็จะเป็นของคนอื่นที่จะตัดสิน เราเรียกคืนหรือเอากลับมาแก้ไขไม่ได้  อีกสิ่งหนึ่งคือความทรงจำซึ่งมันจะอยู่กับเราตลอดไปจวบจนชีวิตจะหาสูญสิ้น  บ่อยครั้งที่ผมมีเวลาเป็นของตัวเอง ภาพความทรงจำการเดินทางมักจะผุดขึ้นมา ผู้คนหลับใหลในรถไฟที่กำลังตะบึงแล่นไปในยามราตรี ผ่านขุนเขา และถ้ำ ดวงจันทร์สุกสกาวชวนเหงาที่เห็นได้จากนอกหน้าต่างสลับกับป่าทิวเขา  ป่านนี้ช่างซ่อมรองเท้าที่ฮ่วนเกี๋ยม ฮานอยจะหลอกนักท่องเที่ยวได้กี่รายกันแล้ว เคยนั่งแปรงฟันยามเช้าเคียงลำธารน้ำไหลเย็นยะเยือกที่ปลายสุดคือยอด Machapuchare Nepal ทะมึน เหมือนเราอยู่ในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่เฝ้ามองดูเรา ผมรู้สึกตัวเล็กเหลือเกินในภาวการณ์นั้น ความอหังการแทบไม่มีเหลือ มีแต่ความต่ำต้อยอดสู จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ได้เห็นฤษีอินเดีย เนปาล หรือแม้แต่ชาวตะวันตกผมทองเป็นจำนวนมากละทรัพย์สมบัติในประเทศของตนออกบวชละวางทุกสิ่ง ออกค้นหาสัจธรรมด้วยตนเอง โดยไม่พึ่งพาฌานคำสอนใดไม่ว่าจะของพุทธ คริสต์ อิสลามหรือแม้ ฮินดู พวกเขาคงเลือกที่จะค้นหาและสัมผัสสัจธรรมด้วยตนเอง โดยไม่พึ่งพิงคำสอนของผู้ใด

ในส่วนของผมแม้ว่าไม่มีจิตแรงกล้าปานที่สามารถละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างปานนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือ ความรักโลกและสรรพชีวิตบนโลก ถ้าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาแค่ช่วงเวลาสั้นในชีวิตหนึ่งๆ ผมว่ามันคุ้มค่าเหลือเกินที่ได้เกิดและได้สัมผัสโลกนี้ คนเราคงไม่กล้าทำร้ายผู้อื่นไม่ว่าทางกาย วาจาหรือใจ หรือทำร้ายตัวเองด้วยอบายมุขและสิ่งเสพติด เพราะมันคือการบ่อนทำลายชีวิตให้สั้นลงในโลกสวยงามนี้ บางครั้งผมจินตนาการว่ากำลังนอนกอดโลก ซบหน้าบนทุ่งหญ้าอ่อน  ทุกครั้งที่ผมจากสถานที่หนึ่งเพื่อจะเดินไปอีกสถานที่หนึ่ง ผมมักจะหามุมสงบนั่งนิ่งๆ อยู่นานเฝ้าดูผู้คน สถานที่ จดจำภาพเหล่านี้ไว้ให้มากที่สุด  และจะระลึกถึงทุกครั้งเมื่อมีเวลาเป็นของตัวเอง เพราะรู้ดีว่าเรามีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะได้กลับมา ณ สถานที่นี้อีก

ผมออกจาก Kanyakumari ประมาณเที่ยง โดยเดินไปขึ้นรถโดยสารประจำทางที่สถานีออกไปทางเหนือประมาณ 500 เมตร เพื่อไปขึ้นรถไฟที่เมือง Nagercoil ออกเวลา 17.30 น อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเพื่อนถึงจองรถไฟให้ไปขึ้นที่นี่ ทั้งๆ ที่ Kanyakumari เองก็มีรถไฟไปถึง Chennai เหมือนกัน ดีกว่าเร็วกว่าด้วย เขาคงรู้ว่าผมชอบนั่งรถเล่น ผมตัดสินใจไปแต่เนิ่นๆ เผื่อเวลาสำหรับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ การเดินทางสอนให้เราเตรียมการ วางแผนสำรอง ป้องกันความผิดพลาดในทุกกรณี

ที่ท่ารถเมล์ ผมถามคนอินเดียซึ่งคงเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกันว่า คันไหนไป Nagercoil พวกบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน ผมทำสีหน้า งงๆ เขาคงอ่านสีหน้าผมออกเลยออกตัวว่า เขาอ่านภาษาที่ติดหน้ารถไม่ออก ผมพยักหน้าเข้าใจ เพราะภาษาพูดเขียนในอินเดียที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันมีมากกว่า 20 ภาษา ไม่นับภาษาถิ่นอีกเป็นร้อยกว่าภาษา นี่ถ้ารัฐบาลเขาไม่แน่จริง ไหนเลยจะเอาความแตกต่างทางภาษาของผู้คนในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลรวมกันเป็นหนึ่ง เป็นความน่าคิดสำหรับประเทศไทยเหมือนกัน

ผมใช้วิธีลูกทุ่งตามแบบฉบับของผมคือไปถามคนขับรถ พูดสั้นๆ คำเดียว Nagercoil คนขับรถชี้ไปที่รถคันหนึ่ง ผมกล่าวขอบคุณเดินไปที่รถคันนั้นโชคดีว่า รถกำลังเคลื่อนตัวพอดี ค่าโดยสารประมาณ 10 รูปี นั่งดูวิวเพลินครับ จนสงสัยว่า ทำไมไม่ถึงสักที ถามคนนั่งข้างๆ ว่า ถึง Nagercoil ยัง พวกบอก โดยเลยมาตั้งไกลแล้ว อ้าว !!! โชคยังดีที่รถผ่านเข้าเมืองผมโดดลงที่ป้ายรถเมล์ใหญ่ทันที ถามเด็กนักเรียนที่รอรถอยู่ว่า รถคันไหนไป Nagercoil เด็กหนุ่มบอกว่า รถมีแยะไม่ต้องกลัวเดียวก็มา  ผมนั่งรถย้อนกลับไป คราวนี้ถามกระเป๋าตลอดว่าถึง  Nagercoil บอกด้วยนะ ตอนแรกกระเป๋าก็พยักหน้า พอถูกถามบ่อยๆ เข้าออกอาการรำคาญ เพราะความจริงก็คือ รถคันนี้สุดสายที่เมืองนี้เอง เฮ้อ... ที่สถานีรถเมล์ Nagercoil ผมต่อรถตุ๊กๆ ไปสถานีรถไฟ 80 รูปี ขอเขา 50 รูปี คนขับบอกไม่ได้ ราคานี้มาตรฐาน เอาเหอะๆ มัวเกี่ยงงอนเดียวจะตกรถไฟ ... ผมไปถึงสถานีรถไฟบ่ายสามโมง ปกติใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงก็ถึง นี่ถ้าไม่เผื่อเวลารับรองตกรถไฟแหงมๆๆ

ผมไปถึงสถานี Chengalputtu ประมาณ 7 โมงกว่า ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้โดยสารบอกสถานีให้ ใครจะเดินทางด้วยรถไฟในอินเดียถ้าไม่ได้ลงสถานีสุดท้ายควรตื่นตัวเป็นพิเศษ เพราะไม่มีโฆษกรถไฟประกาศว่า ถึงไหนแล้ว มืดค่ำก็ดูป้ายยาก หรืออ่านป้ายไม่ทัน ปลอดภัยที่สุดให้ถามเพื่อนผู้โดยสารดีที่สุด จากสถานีนี้ผมต้องต่อรถโดยสารประจำทางไป Mahabalipuram อีกประมาณ 1 ชั่วโมง

สถานีรถไฟ  Chengalputtu ติดกับทะเลสาบ ยามเช้าสดชื่นทีเดียว ให้สังเกตที่ป้ายมี สามภาษา เริ่มจากภาษา ทมิฬ ฮินดี และอังกฤษ

แสดงความคิดเห็น
Preview