ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน สั่งจำคุกปราโมทย์ นาครทรรพ หมิ่น "ทักษิณ" วางแผนปฏิญญาฟินแลนด์

กระทู้ข่าว
วันที่ 5 เม.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ.1747/2549 ที่พรรคไทยรักไทย และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โจทก์ร่วมยื่นฟ้องนายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ ,บริษัทแมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ,น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผน, นายขุนทอง ลอเสรีวานิช บก.ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา และนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ  เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ,ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา

กรณีระหว่างวันที่ 17-25 พ.ค.2549 จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างวาระ โดยได้ร่วมกันตีพิมพ์และเผยแพร่โฆษณาบทความ “ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์ : แผนการเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย ?” ของจำเลยที่ 1 ลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และเว็บไซด์ โดยใส่ร้ายโจทก์ที่ 1 และ 2 ให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความที่จำเลยที่ 1 เขียนบทความเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ รวม 5 ตอน ลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและเผยแพร่ในเว็บไซด์ ซึ่งบุคคลและประชาชนทั่วไปสามารถหาอ่านได้อย่างทั่วถึง

โดยจำเลยที่ 1 เขียนบทความทำนองว่าโจทก์มีนโยบายที่ต้องการทำลายระบบราชการไทย เพื่อสร้างระบบการเมืองพรรคเดียว และล้มล้างสถาบันเบื้องสูง รวมทั้งเบิกความยืนยันว่า แผนปฏิญญาฟินแลนด์มีอยู่จริง หากปล่อยให้โจทก์ทั้งสองดำเนินการจนครบขั้นตอนอาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง ซึ่งข้อมูลที่นำมาเขียนนั้นรับทราบมาจากนักวิชาการหลายคน แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่นำบุคคลเหล่านั้นมาเป็นพยานเบิกความ และไม่นำสืบให้เห็นว่าโจทก์ทั้งสองได้กระทำการล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด นอกจากนี้ท้ายบทความยังได้เรียกให้ประชาชนต่อต้านโจทก์ทั้งสองที่กำลังลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 เม.ย.2549 นั้น ไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามหลักวิชาการ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ส่วนจำเลยที่4 เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน  มีหน้าที่กลั่นกรองเนื้อหาก่อนตีพิมพ์ เชื่อว่าจำเลยที่ 4 มีส่วนรู้เห็นและทราบว่าบทความดังกล่าวมีเนื้อหาดูหมิ่นโจทก์ทั้งสอง

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วพิพากษาจำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 4 กระทำผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และ 4 เป็นเวลา 1 ปี ปรับเงินคนละ 100,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 เป็นนักวิชาการ นักประชาธิปไตยและจำเลยที่ 4 เป็นนักหนังสือพิมพ์ เคยสร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ ที่กระทำผิดเพราะต้องการปกป้องสถาบันที่เคารพ ประกอบกับ จำเลยที่ 1 และ 4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 เนื่องจากคดีไม่มีมูลว่ากระทำผิดตามฟ้อง นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5URTFPVFF6Tnc9PQ==&subcatid=

รอลงอาญาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง