วันฮาโลวีน

สู่เมืองหนังสือโลก...ในสัปดาห์อ่านเพื่อชีวิต

กระทู้ข่าว
สู่เมืองหนังสือโลก...ในสัปดาห์อ่านเพื่อชีวิต

รายงานพิเศษ


งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 41 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 11 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Read for life การอ่านคือการพัฒนาชีวิต"

วรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวว่า"การอ่านคือชีวิต" เป็นแนวทางเดิมจากปีที่แล้ว เพราะต้องการย้ำให้คนไทยเห็นถึงการอ่านว่าเป็นเครื่องมือ และเป็นต้นทุนชีวิต นั่นคือการลงทุนของมนุษย์

การจัดงานปีนี้ในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าทุกปี หนังสือทุกเล่มจำหน่ายในราคาพิเศษสุดๆ นอกจากนี้ ยังจะเปิดห้องบอลรูมทั้งห้องซึ่งมีพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร เพื่อทำเป็น "ถนนสายการ์ตูน" ซึ่งจะมีการ์ตูนชื่อดังและกิจกรรมพิเศษมากมาย

ด้าน ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ อุปนายกสมาคม ในฐานะประธานจัดงาน บอกเพิ่มเติมว่า ปีนี้งานจะจัดเป็นพิเศษ เพราะจะผสมผสานการจำหน่ายหนังสือและกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นครั้งแรก โดยจะมีนิทรรศการจากสำนักพิมพ์มากมาย เพื่อร่วมปลูกฝังการอ่านให้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะเยาวชน

อาทิ นิทรรศการครบรอบ 120 ปี พระบรมราชสมภพของรัชกาลที่ 7 ที่สถาบันพระปกเกล้าเตรียมจัดงานเฉลิมฉลอง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะมีแสตมป์พิเศษมาจัดแสดง นิทรรศการหนังสืออัญมณีแห่งอาเซียน (Jewels of Asean) ซึ่งปีนี้จะเป็นไฮไลต์ต้อนรับการเข้าประชาคมอาเซียน จะจัดแสดงหนังสือที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของเพื่อนบ้านในอาเซียนมาแสดง และยังมีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Book ของสำนักพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือมาจัดแสดง อาทิ นายอินทร์ ซีเอ็ด เป็นต้น ซึ่งเราจะได้เห็นว่าการพัฒนาหนังสือประเภทนี้ก้าวไปถึงไหนแล้


"ที่สำคัญจะแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์แปลนวนิยายจีนในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง "นารีนครา" ที่เล่าถึงผู้หญิงเก่งที่มีความสามารถ นิทรรศการภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม 5 ธันวาคม 2555 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม รวมทั้งยังมีนิทรรศการ Bangkok : World Book Capital 2013 กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก ที่เสนอความเป็นมาและความสำคัญของเมืองหนังสือโลก หลังจากที่ยูเนสโกคัดเลือกกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองหนังสือโลกด้วย" ธงชัยกล่าว

ภายในงานแถลงข่าวยังจัดเสวนาพูดคุยในหัวข้อ "หนังสือไทย ไกลระดับโลก" เพื่อบอกเล่าเรื่องราวหนังสือไทยและนานาชาติ รวมทั้งนำเสนอที่มาของกรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก

ปราณี สัตยประกอบ ผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ยิ้มาน World Book Capital บอกว่า การอ่านทำให้เรารู้รากฐานของชีวิต รู้จักตัวเอง รู้จักโลก อ่านที่จะรักตัวเราเอง รักเพื่อนร่วมโลก การอ่านคือรากฐานของชีวิต เป็นสโลแกนที่กรุงเทพฯ และภาคีเครือข่ายยื่นต่อยูเนสโก และเราก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลก การอ่านคู่กับคนทุกคนทั้งชีวิต

"เมืองหนังสือโลกเกิดขึ้นจากสมาคมผู้จัดพิมพ์จัดจำหน่ายฯ ที่ผ่านมากรุงเทพฯ เคยเสนอตัวเป็นเมืองหนังสือมาแล้ว แต่ก็มีหลายคนสงสัยว่าจะเป็นไปได้หรือ เพราะคนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 5 เล่มต่อปี จะสู้ประเทศ อื่นๆ ได้หรือ เพราะมี 7 ประเทศที่เข้าแข่งขันกับไทย ซึ่งแต่ละเมืองดูแล้วน่าจะมีวัฒนธรรมการอ่านที่มากกว่าเรา ทางภาคีเครือข่ายก็คิดกลยุทธ์นำเสนอสโลแกนดังกล่าวเข้าไปสู้ จนในที่สุดยูเนสโกก็ตัดสินให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหนังสือโลก ด้วยเหตุผลที่เราแสดงความมุ่งมั่นให้ทุกภาคส่วนทำกิจกรรมที่สะท้อนไปยังชุมชนอย่างต่อเนื่อง"

ผอ.ปราณีกล่าวต่อว่า ในวันที่ 21-23 เม.ย. กรุงเทพฯได้รับมอบพันธกิจให้เป็นเจ้าภาพอย่างสมบูรณ์ และต้องทำตามพันธกิจ 9 ประการที่ให้ไว้กับยูเนสโก และที่สำคัญใน ปี "57 สมาคมจะจัดงานที่รวมสมาคมจัดพิมพ์หนังสือทั่วโลก ในงานสัปดาห์หนังสือนี้ กรุงเทพฯ ก็จะจัดนิทรรศการด้วย โดยนิทรรศการที่จัดใหญ่จะมีที่รอยัลพารากอนฮอลล์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ หลังจากนั้นในช่วงค่ำของวันที่ 23 เม.ย. จะมีพิธีมอบตำแหน่งเมืองหนังสือโลก 2556 จาก กรุงเยเรวานสู่กรุงเทพฯ ที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และจะมีการแสดง 9 รัชกาล เป็นการเฉลิมฉลองด้วย

"การอ่านถือเป็นการลงทุนที่ง่ายและถูกที่สุด การส่งเสริมการผลิตหนังสือคือต้นทาง เป็นต้นน้ำของการอ่าน ถ้ามีหนังสือดีๆ มีกำลังใจในการผลิตหนังสือมากๆ คนไทยก็จะอ่านหนังสือได้มากขึ้น เราต้องทำให้วัฒนธรรมการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย" ผอ.สำนักวัฒนธรรม กรุงเทพฯ กล่าว

มีนักเขียนไทยหลายคนที่สร้างชื่อได้รับรางวัลจากการประกวดหนังสือในระดับโลก โกสินทร์ จีนสีคง ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไปคว้ารางวัล Gold Award จากเวทีแข่งขัน (เวทีประกวดการ์ตูนระดับโลก) The Sixth International MANGA Award 2013 ที่ญี่ปุ่น จากงานเขียน "แว่วกริ่งกังสดาล"

นักเขียนไทยบอกว่า กังสดาลเป็นชื่อดนตรีไทยโบราณ เดิมเป็นระฆังวงเดือน เอาไว้ตี บอกเวลาในวัด ต่อมาพัฒนามาเป็นเครื่องดนตรี แม้ปัจจุบันเราอาจจะไม่เห็นแล้ว แต่ก็คือความเป็นไทยอย่างหนึ่ง

โกสินทร์เล่าต่อว่า งานที่เขียนเกิดจากการสนใจในดนตรีไทย ต้องการนำเสนอให้ออกมาในรูปของการ์ตูน เพราะเป็นสิ่งที่ชอบ ทางบริษัทที่พิมพ์ก็ส่งเรื่องไปแข่งขันในระดับโลก โดยลายเส้นในหนังสือเป็นแบบญี่ปุ่น แต่เนื้อเรื่องและภาพสะท้อนความเป็นไทยออกมา

"เด็กไทยส่วนมากชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น จึงได้รับอิทธิพลมามาก แต่ผมก็ไม่ทิ้งรากความเป็นไทย ได้สอดแทรกเอาไว้ในเครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีต่างๆ เสน่ห์ที่ทำให้เราเอาชนะใจคนตัดสินคือบรรยากาศ เวลาเราอ่านการ์ตูนไทยจะเจอการแต่งกาย บ้านไทย ที่คนญี่ปุ่นก็มีแบบนี้" เจ้าของการ์ตูนทิ้งท้าย

มาร่วมชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และร่วมฉลองให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งการอ่านกันได้ โดยงานจะจัดขึ้น 11 วัน ระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-8 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในวันที่ 29 มี.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน และจะเปิดให้เข้าชมงานในเวลา 18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook/BooKThai.com

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เพื่อนวัยเรียน หาเพื่อน งานสัปดาห์หนังสือ