...หนี...

กระทู้สนทนา
ผมสืบเท้ามุ่งเข้าสู่ความมืดมิดมหาศาล เป็นรัตติกาลไร้อณูแสง เหลียวมองรอบกายปราศจากสิ่งปรากฏ เว้นเพียงเงาแปลกประหลาดผุดโผล่มืดมิด ราวหยดหมึกบนกระดาษสีดำ ก่อตัวหนืดข้นผสานเข้ากับฝ่าเท้า ก้าวติดตามชั่วนิรันดร์...

สาวเท้าไร้จุดหมาย ความมืดมิดโอบรัดอัดแน่น สรรพเสียงสาบสูญแม้จังหวะก้าวย่าง ไร้จุดหมาย แต่ผมเฝ้ามองหาปลายทาง พลันนั้น เงากลับดิ้นรนพ้นฝ่าเท้า แยกตัวอิสระก้าวประชิดเอื้อมมือดำทึบคว้าคอผมแน่น พยายามเลื่อนกายเงาเข้าสู่กายผม ผมจ้องค้าง งงงันนานเท่านาน คล้ายประสาทรับรู้เดินทางไกลหลายปีแสง แต่ทันใดรับรู้ถึงแก่กลัวสุดขีด อ้าปากค้างตาเบิกโพลง ความอึดอัดรัดตรึงก่อความเจ็บปวดรุนแรง พยายามดิ้นรนแข็งขืนกลับไร้เรี่ยวแรง...

ร่างหนืดข้นค่อยๆเบียดแทรกเข้ามาอย่างช้าเชือน แต่ปวดร้าวทบเท่าทวี ผมไร้สิ้นหนทาง...

"ชะยาสะนากะตา..." บทสวดคุ้นเคยผุดขึ้นทันใด เงาชะงักงันรับรู้ แต่เพียงครู่กลับรุกล้ำรุนแรงราวอาฆาตข้ามภพ ร่างกายเจ็บร้าวใกล้ปริแตก ผมร่ำร้องวิงวอนไร้เสียง เหลียวซ้ายขวาหาหนทางสุดท้าย ราวปาฏิหาริย์ กำแพงทะมึนผุดขึ้นข้างกาย ผมควบคั้นเรี่ยวแรงสุดท้าย กอดรัดเงาพุ่งใส่กำแพงหวังแตกดับไปพร้อมกัน...


ทะลึ่งพรวดสุดตัวหมายไขว่คว้า ผวาเตะเท้าเต็มแรง กระแทกบางสิ่งโครมคราม ลืมตารับแสงกระจ่างวูบ เลิกลั่กเหลียวรอบกายรับรู้สายตาหลายคู่ หลากอารมณ์สาดใส่

ชายวัยกลางคนนั่งเบาะหน้า เหลียวหลังจ้องมองขุ่นเคือง ด้วยอารมณ์สะเทือนจากแรงเตะ หญิงต่างชาติด้านข้างส่งสายตา ตกใจ สงสัย ระคนขบขัน คนขับรถมองสะท้อนผ่านกระจกมองหลัง ค้นหาต้นตอเสียงอึงคะนึงโครมคราม...


พลันนั้น สำนึกกลับคืนมา ผมนั่งอยู่ในรถตู้โดยสาร และยังมีชีวิตอยู่...


หลังสบตาตอบรับเหล่าผู้ร่วมทางพอเป็นพิธี ผมเสมองออกนอกหน้าต่างซ้ายมือ แก้เก้ออาการสะดุ้งตื่นสุดพิสดาร เหงื่อออกซิกตอบรับอาทิตย์จ้า พยับแดดระริกเหนือพื้นคอนกรีต สรรพสิ่งล้วนปรากฏเงาทอดติดตาม ผมมึนเบลอคล้ายปิศาจดำมืดหนืดข้นยังสิงสถิตอยู่ในหัว ไม่อาจหาหมุดหมายใดให้รับรู้ถึงสถานที่ เท่าที่รู้ รถตู้คันนี้มุ่งสู่พัทยา วิ่งวนตีโค้งโอบอ่าวไทยตลอดเส้นทางจากหัวหิน เมืองชายทะเลหนึ่ง ไปถึงอีกเมืองชายทะเล...เป็นทะเลเดียวกัน...


ผมมีเพื่อนร่วมทางนับสิบชีวิต แต่ทุกชีวิตไม่มีผู้ใดเป็น'เพื่อน'ผม...ด้วยตั้งใจเดินทางเดียวดาย มุ่งหาความหมายครั้งสำคัญ เป็นความหมายที่ต้องไขว่คว้าด้วยตนเอง "เรื่องนี้ช่วยไม่ได้" ...จริง ผมบอกเจนไปอย่างนั้น...


"ทำไมคะ?" เจนถามน้ำตาคลอหน่วย เมื่อผมบอกเธอว่าจะไปพัทยาเพียงผู้เดียว ด้วยต้องการอยู่คนเดียวสักระยะ มุ่งหมายค้นลึกในจิตตน ตั้งใจปิดการติดต่อสื่อสารทุกหนทาง

จริงนะ ตลอดเวลากว่าปีที่คบหา เรื่องนี้ ผมเข้าใจเธอดีที่สุด รวมถึงเหล่า'เพื่อน'เธอเช่นกัน เข้าใจดีเสียจนแว่วมโนเสียงนินทา...


...'ไปปฏิบัติธรรมที่พัทยาคนเดียวเนี่ยนะ เฮอะ คงเดินจงกรมอยู่แถว วอล์คกิ้ง สตรีท ล่ะมั้ง เห็นน้องนางนุ่งห่มน้อย คงกำหนดเห็นหนอ เห็นหนอ แทบไม่ทัน'....

...'ยังงี้มีกิ๊กชัวร์ เชื่อฉัน'...

ผมสูดหายใจยาวหวังขับไล่เสียงนินทาออกจากหัว...

"มันต้องใช้ความสงบน่ะเจน ไม่อยากรับโทรศัพท์ให้เรื่องโน้นเรื่องนี้กวนใจ..."ผมพยายามอธิบาย
"รวมถึงเรื่องเจนด้วยใช่ไหมคะ? "
"เจน ต้องเข้าใจพี่นะ คือ..."
"แล้วพี่เข้าใจเจนหรือเปล่าคะ?"

ผมนิ่งงันนานชั่วนิรันดร์ เงยหน้าเหม่อมองหวังไขว่คว้าคำตอบสุดปลายฟ้า...

"พี่คิดว่าเจนอาจจะยังไม่เข้าใจ อืม เรื่องนี้ช่วยไม่ได้ ยังไงพี่ก็ตัดสินใจแล้วครับ"...


ใช่...เธออาจยังไม่เข้าใจ แม้ก่อนหน้านี้ เจนเริ่มรับรู้อาการผิดแปลก แยกตัวหมกมุ่นนั่งนิ่งนับลมหายใจเข้าออกของผม แต่จักษุบอกเธอเพียงเท่านั้น ไม่อาจบอกกล่าวเล่าถึงประสบการณ์ลึกล้ำไร้คำอธิบายที่อยู่ภายใน เป็น'ปัจจัตตัง' เป็นความจริงลึกล้ำแม้หนังสือมากมายท่วมท้นล้วนเป็นดั่งคัมภีร์เปล่า ผมไม่อาจบรรยายสิ่งนี้ต่อเธอ หวังเพียงวันหนึ่งเธออาจสัมผัสด้วยตัวเอง...


รถตู้จอดสนิทเทียบท่าปลายทาง อาทิตย์คล้อยต่ำ วาดเงาทอดยาวสุดปลายฟ้า ผมต่อรถโดยสารท้องถิ่นอีกทอดไปยังคอนโดที่พัก

แวะร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโด รายการสินค้าผุดยาวเหยียดในหัว หวังกักตุนเก็บตัวอยู่ห้องผู้เดียวนานเท่านาน สืบเท้าทั่วร้านค่อยหยิบสินค้าทีละชิ้น เอื้อมหยิบของขบเคี้ยวพาเพลิน ทันใดถูกมือลึกลับแตะกระทบเบาๆ "อุ๊ย ขอโทษค่ะ" เจ้าของมือลึกลับเอื้อนเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มลึกลับกระทบใจอีกหน...


ผมยิ้มตอบสาวตาใส ใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงยีนขาสั้นรัดติ้ว สั้นมาก...สั้นจนนึกไปถึงเพื่อนเก่าแก่ครั้งเก่าก่อนเคยบอก " เฮ้ย รองเท้ากูคับมากว่ะ กูหายใจไม่ออก" ทันใดเกิดสงสัย 'เธอหายใจดีอยู่หรือ?' ผมอยากถาม...

แต่ผมทำได้เพียงจ้องมอง ไม่มุ่งหมายที่กางเกง แต่เป็นที่แววตาสุดลึกล้ำ ดั่งหลุมดำดึงดูดใจให้จมดิ่งหายลับสาบสูญ....


สุดท้ายเป็นผม ที่จำต้องเบือนหน้าหนีแสร้งหยิบสิ่งของไร้ความหมายด้วยใจระทึก รีบรุดสู่เคาน์เตอร์ชำระเงิน...


สืบเท้ามุ่งสู่ห้องพัก พร้อมภาวนา 'เห็นหนอ เห็นหนอ...' ต่อเนื่องเนิ่นนาน


ผมก้าวเข้าห้องด้วยความโล่งอก จัดแจงสิ่งของเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ระบายยิ้มก่อนทรุดนั่ง หวังเฝ้าตามลมหายใจ บรรจงค่อยปิดเปลือกตา สรรพสิ่งล้วนจมหายมืดมิด เว้นเพียงสิ่งเดียว... สาวเสื้อกล้ามขาว นุ่งสั้น โปรยยิ้มตระการตา....

...ยังหายใจดีอยู่หรือ? ผมเฝ้าถามตัวเอง...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งเรื่องสั้น