เภสัชฯขา...สวยได้ในจิบเดียว

กระทู้สนทนา
เหตุการณ์ซึ่งเป็นที่มาของการเขียนวันนี้สืบเนื่องมาจากการที่เภสัชได้นั่งพิจารณา “น้ำ” ที่ตัวเองดื่มในแต่ละวัน (นี่หล่อนว่างมากหรอยะ? ถึงนั่งพิจารณาน้ำ >.<)

ทำไมน่ะหรือคะ? ลองสังเกตตัวเองกันดูก็ได้ค่ะ ว่าใน1 วันเราดื่มน้ำกันกี่ประเภท ยกตัวอย่างเช่น บางคนดื่มกาแฟตอนเช้าเก๊กฮวยพร้อมมื้อเที่ยง น้ำผลไม้ปั่นหลังอาหารกลางวัน ชาเขียวพร้อมมื้อเย็นและปิดท้ายด้วยชาร้อนก่อนนอน (เห็นมั้ยล่ะคะ ว่าวันๆเราดื่ม “น้ำ”กันหลากหลายจริงๆ) อีกเรื่องที่เภสัชสังเกตเห็น คือเวลาเข้าร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะ7-eleven มุมที่เป็นตู้เย็นนั้นจะแออัดยัดเยียดเต็มไปด้วยเครื่องดื่มนานาชนิด หลากหลายยี่ห้อ(อ้อๆๆร้านยาบางร้านที่มีตู้เย็น นอกจากการเอาไว้แช่ยาที่ต้องแช่เย็นแล้วเภสัชก็ขอบริการคุณๆแบบครบวงจรด้วยการจำหน่ายน้ำดื่มต่างๆแบบที่มีในร้านสะดวกซื้อเหมือนกันหรือบางร้านยาอาจมีการต้มน้ำจำหน่ายเป็นเครื่องดื่ม “freshly prepare” เลย เท่าที่เห็นว่ายอดนิยมมากๆ คงจะหนีไม่พ้น ‘น้ำเก๊กฮวย’เป็นแน่แท้^^)

หลังการสังเกตนี้เองที่เป็นที่มาของคำถาม(คือคุณผู้ป่วยอาจไม่สงสัย แต่เภสัชสงสัยเอง) ไอ้เจ้าน้ำพวกที่แช่ในร้านสะดวกซื้อเหล่านี้มันคืออะไรกัน แล้วที่เลือกๆซื้อมาดื่มนี่มันจะช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นแบบคำโฆษณาจริงหรือ?คือโดยส่วนตัวเภสัชก็ซื้อดื่มนะคะ เหตุผลเพราะพยายามลดๆเลี่ยงๆน้ำอัดลมแต่ก็ไม่ใช่อารมณ์ที่อยากดื่มน้ำเปล่า (เหตุผลที่ดูไม่เป็นเภสัชเอาซะเลย >,<) จึงพยายามไปรวบรวมหาข้อมูลเพื่อการนำมาแชร์ให้คุณๆได้ทราบกันเกี่ยวกับ functional drinks ค่ะ^^

Functional drinks คืออะไรรู้จักกันมั้ย?....เหล่าเครื่องดื่มสารพันยี่ห้อที่บอกว่าดื่มแล้วสวยดื่มแล้วผอม จิบแล้วหน้าใส ล้วนแต่จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า functionaldrinks หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทเครื่องดื่มทั้งสิ้นซึ่งจากการจัดจำแนก แบ่งกลุ่ม functional drinks ในประเทศไทยที่วางจำหน่ายกันสามารถแบ่งกลุ่มได้4 หมวดใหญ่ๆ คือ

1.  Beauty and bright ดื่มแล้วสวยจิบแล้วใส ส่วนมากมักจะผสมคอลลาเจน กลูตาไธโอน โคเอนไซม์คิว เท็น

2.  Smart brain น้ำสมองปิ๊ง ที่เห็นมาแรงๆแบบสุดๆคงต้องเป็นSoy peptide ที่มีโฆษณาเป็นสาวน้อยใส่แว่นพูดว่า“อยากเป็นหมอ” นั่นแหละค่ะ (อยากเป็นหมอ ก็ต้องตั้งใจเรียนขยันอ่านหนังสือเอานะคะเด็กๆ อย่ามาหวังพึ่ง “น้ำ...บ่อหน้า”)

3.  Anti Stress and relax คลายเครียดด้วยน้ำแต่ไม่ใช่ “วารีบำบัด” นะคะ กลุ่มนี้ ก็คือ พวกน้ำดื่มผสมกรดอะมิโน ที่เจ้าของสินค้าบอกว่าดื่มแล้ว...โอเคจุงเบย

4.  Muscle and cell บำรุงกล้ามเนื้อได้แค่กระดกแล้วซดให้หมดขวดเท่าที่เห็นก็จะมีทั้งที่เป็นกรดอะมิโน และ แร่ธาตุสังกะสีหรือ zinc เป็นส่วนประกอบค่ะ

ทีนี้มาดูรายละเอียดของสารอาหารแต่ละตัวที่ถูกนำไปผสมในfunctional drinks เหล่านี้กันดีกว่าค่ะซึ่งขอหยิบยกมาเฉพาะกลุ่มสวยใสนะคะ ส่วนกลุ่มอื่นๆไว้จะทยอยเขียนตามมาค่ะ


1. สวยเด้ง : คอลลาเจน (Collagen)

ต้องยกให้เป็นนางเอกแห่งวงการ functional drinks ที่เป็นbeauty drinks เลยค่ะ คอลลาเจน จัดเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ร่างกายสร้างเองได้มีอยู่แล้วในการเป็นองค์ประกอบของผิวหนัง กระดูก กระดูกอ่อน ข้อต่อ เส้นเอ็น ซึ่งทำหน้าที่หลักๆในการให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นกับบริเวณที่มีคอลลาเจนอยู่นั่นเองดังนั้นคอลลาเจนที่สาวๆทุกคนถวิลหา จึงมีส่วนช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น อิ่มฟูมากขึ้น คือดูเต่งตึงขึ้นค่ะ แต่คอลลาเจนไม่ได้มีผลให้ผิวขาวขึ้นนะคะอย่าเข้าใจผิด เพราะแอบเห็นโฆษณามนเว็บไซต์ รวมทั้งเฟซบุ๊คบ่อยๆ ที่ขายคอลลาเจนแล้วบอกว่ากินแล้วขาวขึ้นภายใน 7 วัน มันเป็นเรื่องที่ไม่จริ๊งไม่จริง...เชื่อเภสัชเถอะนะคะ เค้าเรียนมาตั้ง 5 ปีน๊าตะเอง (ต้องขอร้องกันแบบนี้เลย เพราะเถียงไม่เคยชนะจริงๆ ยิ่งถ้าคุณผู้ป่วยปักใจเชื่อแม่ค้าในเฟซบุ๊คไปด้วยแล้วอธิบายยังไงก็ไม่ฟังกันเลย T^T)

คอลลาเจน ไม่ดูดซึม จริงมั้ย?...อย่างที่บอกว่า คอลลาเจนก็คือโปรตีนดังนั้นการที่ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนทั้งสาย ทั้งก้อนอันใหญ่โตนั้น มันทำไม่ได้ค่ะจึงเป็นเรื่องจริงที่ว่าร่างกายเราไม่สามารถดูดซึมคอลลาเจนที่เรารับประทานเข้าไปได้ทั้งก้อนหากแต่ว่าจะต้องทำการแบ่ง ตัด หั่น สับ ด้วยกระบวนการของการย่อย จนกระทั่งได้เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถดูดซึมแล้วนำไปใช้งานในการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดังนั้นตลาดอาหารเสริมปัจจุบัน จึงมีน้องใหม่ของคอลลาเจน ที่ชื่อว่า “คอลลาเจน ไตรเปปไทด์”ออกมาเพื่อบอกว่า ช้านเป็นคอลลาเจนที่ตัวเล็กนะจ๊ะ ปัญหาเรื่องการดูดซึมไม่ได้ย่อยลำบาก ก็จะลดลง แต่แน่นอนว่าช้านราคาแพงขึ้นจ้า แต่ในส่วนของ beauty drinks เภสัชยังไม่เห็นการนำคอลลาเจนไตรเปปไทด์มาใช้นะคะ หรือว่าตกเทรนด์ก็ไม่รู้ ถ้าใครเจอก็บอกกันได้ค่ะ^^

แต่ทั้งนี้ความจำเป็นในการรับประทานคอลลาเจนเสริมในราคาแสนแพงนั้นก็แทบจะไม่จำเป็นเลยค่ะ เภสัชเองใช้วิธีการเพิ่มการรับประทานอาหารกลุ่มโปรตีนแทนโดยเฉพาะเนื้อปลาแทนการกินแป้งและน้ำตาล นอกจากนี้อย่าลืมโบก เอ๊ย!! ทาครีมกันแดดที่มีค่า PA เพื่อป้องกันรังสียูวี เอ มาทำลายคอลลาเจนในผิวค่ะ


2. สวยขาว : กลูตาไธโอน (Glutathione)

กลูตาไธโอน (สงสัยว่าทำไมภาษาไทยต้องใช้ “ธ” มันทำให้อ่านออกเสียงจากการใช้ “ท”อย่างไร?...เภสัชขี้สงสัยเกินไปมั้ยคะ? แหะๆ) กลูต้าไธโอน หรือ ที่เราเรียกกันในชื่อเล่นว่า“กลูต้า” เป็นสารที่ร่างกายสร้างเองได้นะคะ ประกอบร่างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 3 ตัว คือ L-cysteine,L-glutamic acid และ Glycine โดยสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกายแปลว่า เป็นตัวช่วยป้องกันความเสื่อมต่างๆ หรือ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานต่างๆของร่างกายนั่นเองแปลได้อีกทีว่า ร่างกายไม่ได้มีเจตนาสร้าง “กลูต้า”เพื่อให้เรามีผิวขาวขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนเหตุผลที่กลูต้ากลายเป็นสารอาหารที่ดังเป็นพลุแตกและมักถูกบริษัทอาหารเสริม รวมทั้งบริษัทผู้ผลิต functional foods นำมาใช้เป็นจุดขายก็เพราะว่ากลูต้ามีกลไกที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องการยับยั้งการสร้างเม็ดสีดำคล้ำที่เรียกว่า “เมลานิน (melanin)” นั่นเองจึงมีความเชื่อกันว่าการรับประทานกลูต้าจะทำให้ผิวขาวขึ้น สาวไทย (จริงๆน่าจะเป็นสาวเอเชียค่อนทวีปมากกว่า)ที่รักการมีผิวขาวโอโม่จึงไม่ลังเลใจเลยที่จะควักกระเป๋าจ่ายเพื่อให้ได้กลูต้ามาครอบครองทั้งกิน ฉีด ทา พอก ซึ่งก็รวมถึง “ดื่ม” ด้วยนั่นเองค่ะ

ซึ่งมีผู้ป่วยหลายต่อหลายคนสงสัยว่า“กลูต้าทำให้ขาวจริงมั้ย?” คงต้องขออนุญาตตอบตามการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นๆมาว่าก็คงจะทำให้ขาวได้จริงค่ะ เพียงแต่มันไม่มีการศึกษาที่น่าเชื่อถือจริงจังเพราะอย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่ากลูต้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นไวท์เทนนิ่ง และฝรั่งชาติตะวันตกไม่ค่อยนิยมเรื่องผิวขาวโอโม่การศึกษาเกี่ยวกับกลูต้าจึงหนักไปทางเรื่องการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือนำมาใช้รักษาโรคซะมากกว่า และที่ควรทราบไว้อีกอย่าง คือกลูต้าไม่สามารถถูกดูดซึมได้จากทางเดินอาหารนะคะ แปลว่า ไม่ว่าจะกิน หรือ ดื่มร่างกายก็ไม่สามารถนำเอากลูต้าไปใช้งานได้ค่ะ หากอยากได้กลูต้า คงจะต้อง “ฉีด”เท่านั้น ซึ่งก็ผิด ตั้งแต่คิดแล้วค่ะ เนื่องจากกลูต้ารูปแบบยาฉีดไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนะคะ หากเจอใครมาชวนเชื่อให้ไปฉีดเภสัชการันตีได้เลยว่ายาฉีดนั้น เป็นยาที่ถูกลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายแน่นอนซึ่งก็ไม่มีใครรู้อีกนั่นแหละว่ายาในหลอดนั้นๆมันคืออะไรกันแน่?แล้วคุณมั่นใจในคนขายยาเถื่อนจนกล้าฝากชีวิตไว้กับเค้าเลยหรอคะ? อย่าเสี่ยงเลยค่ะ

แล้วจะทำอย่างไรถึงได้กลูต้าล่ะคะเภสัชฯขา?....ก็ถ้ากินกลูต้าแล้วมันดูดซึมไม่ได้ วิธีที่จะทำให้ได้กลูต้า ก็คือการกินสารตั้งต้นของกลูต้าแทนค่ะ งงมั้ยเอ่ย? ก็คือกิน L-glutamine หรือ L-cysteineค่ะ โดยขนาดแนะนำของ L-glutamine อยู่ที่1,500 มิลลิกรัม/วัน ส่วน L-cysteine นั้นต้องบอกว่าในปัจจุบัน เหล่าเภฯทั้งหลาย ใช้การบริโภคยาละลายเสมหะ ที่ชื่อว่า “Acetylcysteine”เพื่อให้ได้ cysteine ค่ะ ซึ่งยานี้มีข้อควรระวังการใช้ในผู้ที่มีปัญหาเรื่องแผลในกระเพาะอาหารและปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ 600 มิลลิกรัมค่ะ

3.  สวยเนียน : โคเอ็นไซม์คิว เท็น(Coenzyme Q10)

ขออนุญาตเรียกย่อๆว่า “คิวเท็น”นะคะ คิวเท็นหรือ Vitamin Q หรือชื่อเต็มๆแบบอลังการดาวล้านดวง คือ Ubiquinoneเป็นสารอาหารอีกชนิดที่ร่างกายสร้างเองได้ เพื่อใช้ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระพบได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย คือ เรามีคิวเท็นทุกอณูเลยค่ะทำหน้าที่หลักในการเป็นขุมพลังงานของเซลล์ร่างกายแต่ข่าวร้ายคือร่างกายจะสร้างคิวเท็นลดลงเมื่ออายุมากขึ้นซึ่งก็มีหลายๆคนคาดเดาว่า การที่เราเหนื่อยง่ายเมื่อเราแก่ เอ๊ย!!! สูงอายุขึ้น เกิดจากการที่ระดับคิวเท็นในร่างกายลดลงนั่นเอง (คำว่า “แก่”บางคนจัดเป็นคำหยาบนะคะ ไม่ควรพูดค่ะ แหะๆ)

แล้วคิวเท็นดีกับผิวอย่างไรคะ?...สืบเนื่องจากเรื่องการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระนั่นเองคิวเท็นทั้งกิน ทั้งทา จึงถูกวางไว้ในตำแหน่งของการเป็นสาร anti-aging หรือช่วยลดเลือนริ้วรอยซึ่งถ้าคิดจะหาคิวเท็นมารับประทาน หรือดื่มแล้วล่ะก้อ ต้องย้ำไว้อีกนิดว่าคิวเท็นมีคุณสมบัติในการละลายในน้ำมันนะคะ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสารอาหารตัวหนึ่งที่ต้องทานพร้อมอาหารจึงจะดูดซึมได้ดีกว่าค่ะ ซึ่งจากเหตุนี้เองคิวเท็นที่จำหน่ายเป็นอาหารเสริมบรรจุในแคปซูลนิ่ม ก็น่าจะดูดซึมได้ดีกว่าคิวเท็นในรูปแบบน้ำที่เป็น functional drinks เช่นกัน กรณีนี้เภสัชจึงเข้าใจว่าบริษัทผู้ผลิต functional drinks ก็น่าจะตระหนักถึงเรื่องนี้เหมือนกันจึงเห็นผลิตภัณฑ์ functional drinks Coenzyme Q10 ที่วางจำหน่ายแถมคำว่า “Nano” มาให้ด้วย เพื่อพยายามสื่อว่าช้านพยายามทำให้มันดูดซึมดึขึ้นแล้วนะ ส่วนจะจริงเท็จอย่างไร เภสัชก็ต้องสารภาพว่า“ไม่ทราบเลย จนกว่าจะมีเอกสารจากบริษัทผู้ผลิตมายืนยันเจ้าค่ะ”

โดยสรุปเรื่องของ functional drinks คงต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นสวยขึ้นได้ดั่งคำโฆษณาขนาดนั้นค่ะ เนื่องจากเมื่อสำรวจหลายๆยี่ห้อพบว่าปริมาณสารอาหารสำคัญที่มีในขวด ไม่ได้ใส่ไว้ในปริมาณที่มากเลยและยิ่งเป็นไปไม่ได้ถ้าคิดจะดื่มเพื่อใช้ทดแทนการกินอาหารหลักในแต่ละมื้อแต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าคิดจะซื้อดื่มเป็นครั้งคราวไป เพื่อดื่มแทนเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลายfunctional drinks ก็คงไม่ใช่ตัวเลือกที่เลวร้ายเกินไปแต่คงต้องพิจารณาเงินในกระเป๋าประกอบไปด้วยค่ะ เพราะ functional drinks แต่ละยี่ห้อขายกันแพงเหลือเกิน (เมื่อคิดเทียบกับปริมาณสารอาหารที่ได้รับยิ่งแพงเข้าไปใหญ่)อ๊ะๆๆ แล้วอย่าลืมอ่านฉลากข้างขวดเพื่อดูปริมาณน้ำตาลที่จะได้รับมาด้วยเมื่อดื่มหมดขวดด้วยนะคะ เจ้า neck tag ที่สวยงามที่คอขวดมองผ่านๆไปบ้างก็ได้ค่ะถ้าคิดจะหาความจริงจาก functional drinks J

สุดท้าย --> ขอความกรุณาจากเภสัชตาดำๆ ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว รบกวนคลิ๊กเข้าไปที่

https://docs.google.com/spreadsheet/viewform?formkey=dHBNYU5RV3J6cm04SnNkZl8tT2FaWmc6MQ

ด้วยนะคะ ต้องการความช่วยเหลือในการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับ functional drinks เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตค่ะ ขอบพระคุณค่ะ^^
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  อาหารเสริม ความงาม โภชนาการ