วิเคราะห์ข่าว 3G ทำไมคนไทยงง? อยากรู้ความจริงเชิญอ่าน

กระทู้สนทนา
ลองอ่านให้จบดูเถิดพี่น้องชาวไทย เชื่อเถิดบทความนี้จะดังระดับชาติ คงจะเดือนนี้ทั้งเดือนข่าวเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือที่เรียกกันมั่วทั่วไปว่า 3G ซึ่งตกเป็นข่าวใหญ่กลบเรื่องเหลวไหลน่าเบื่อทางการเมืองจนหมดสิ้น นับตั้งแต่ลุ้นว่าจะได้เปิดประมูลหรือไม่ไปจนถึงจบสิ้นการประมูลและรับรองผลไปแล้วยังมีข่าวขึ้นทุกสื่อ หนังสือพิมพ์ทุกเล่ม โทรทัศน์ทุกช่อง แต่ว่า...ล้วนแล้วไม่มีสาระอะไรให้ประชาชนได้ฉลาดขึ้นเลย ไม่มีข้อเท็จจริงอันใดให้เป็นประโชน์กับสารธารณเลย มีแต่การเล่นเกมการเมืองเรียกร้องผลประโยชน์ โดยลวงใช้ประชาชนตาใสๆ เป็นคนร้องเย้ๆ ตามสื่อต่างๆ ไปวันๆ โต๊ะที่ปรึกษาข่าวโทรคมดอตคอมจึงจำเป็นต้องเบรนสตอร์มพร้อมจิบไวน์ ทำภารกิจเพื่อชาติเปิดคอลัมน์ชวนวิเคราะห์ข่าว 3G กันอย่างเป็นกลางดังต่อไปนี้

1. 3G แท้ 3G เทียมคืออะไร
พ่อง งง เป็น Wording ที่เกิดมาราวสามปี กับคำว่า “3G แท้ 3G เทียมคืออะไร” ที่ปรึกษาอาวุโสท่านหนึ่งของทีมข่าวเราได้เท้าความว่า กาลครั้งหนึ่งซึ่งมี กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ได้โยนหินถามทางลงไปในวงการโทรคมนาคมถึงแนวทางการบริหารทรัพยากรคลื่นความถี่ของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น 3G ควรพัฒนาบนความถี่เดิม (800 900 1800 MHz) เพราะมาตรฐาน 3G ในเทคโนโลยี WCDMA (หาเอกสารแจกฟรีอ่านได้ที่ www.umts-forum.org) จะใช้ย่านความถี่ไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็น 470 MHz 800 MHz 900 MHz หรือ 1800 MHz ย่านความถี่ไม่ได้ส่งผลต่อความเร็วในการรับส่งข้อมูลเลย ตัวมาตรฐานเทคโนโลยีต่างหากที่เป็นตัวกำหนดความเร็วในการรับส่งข้อมูล



ดูภาพประกอบ สมมติเอาอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี 3G ไม่ว่าจะเป็น CDMA 2000 1x หรือ WCDMA ทั้งฟากส่งและฟากรับทำการทดลองโดยเชื่อมด้วยสายไฟหรือสายไฟเบอร์ก็แล้วแต่ ซึ่งมีแบนด์วิดท์พอสัก 15 MHz ลากสายไปยาวๆ มันจะคุยกันรู้เรื่องอย่างรวดเร็ว เจ้าสายนำสัญญาณนี่แหละเขาเรียกว่าตัวกลาง Medium ดังรูปที่ 1 เพียงแต่โทรศัพท์มันใช้คลื่นเป็นตัวกลางดังรูปที่ 2 เช่นกันถ้าแบนด์วิดท์ (Bandwidth) เพียงพอสัก 15 MHz หรือถนนกว้างพอที่จะให้รถหลายคันวิ่งไปพร้อมกันได้มันก็คุยกันรู้เรื่อง และมีความเร็วตามมาตรฐานกำหนด ย่านความถี่นั้นเปรียบได้แค่ชื่อถนนเท่านั้นเอง ในโลกของเทคโนโลยีวิศวกรรมโทรคมนาคมอุปกรณ์ต่างๆ เขาจะมีการกำหนดมาตรฐาน (Standard) กำหนดสเป็กการทำงานของอุปกรณ์และระบบ ทีมข่าวโทรคมดอตคอมมีวิศวกรอาวุโสยืนยันความถี่แต่ละย่านไม่ได้มีการระบุไว้เลยถึงความแตกต่างอะไรในมาตรฐานเทคโนโลยีทั้งสิ้น เพราะเรานำมาใช้ในระบบเซลลูล่าร์ (นึกภาพรวงผึ้ง) ที่ต้องซอยพื้นที่ครอบคลุมออกย่อยๆ เยอะๆ รัศมีไกลสุดไม่เกินสองกิโล และขึ้นกับพื้นที่นั้นมีจำนวนประชากรเยอะป่าว ถ้าเยอะก็ต้องมีสถานีเพิ่ม ดังนั้นกายภาพของคลื่นที่อ้างความแตกต่างแต่ละย่านในทางไกลๆนั้น ไม่มีผลกับระบบเซลลูล่าร์อย่างสิ้นเชิง
คือเรื่อง 3G แท้ 3G เทียมนี่คนไทยเราจะงงและมึนเพราะถูก Information operation ไม่เชื่อเราลองพิสูจน์ด้วยการถามตัวเองดูสิว่า เราคิดว่ามี เรื่อง 3G แท้ 3G เทียมหรือไม่? ถ้าตอบว่าเชื่อว่ามี แล้วใครกันที่เราเชื่อ? ชื่ออะไร เป็นใคร? ถ้าตอบไม่ได้ เราเคยถามตัวเองมั๊ยว่า ถึงเราค้นคว้าเองไม่เป็น เราพอจะมีพี่มีน้อง เพื่อนของพ่อ เพื่อนของพี่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีจริงๆ ที่เรามั่นใจว่าเขาก็ไม่ตกเป็นเหยื่อการถูกปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร ถามเขาว่า เรื่อง 3G แท้ 3G เทียมมีจริงหรือป่าว?

นับตั้งแต่ปี 2000 นู้นแน่ะ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ ITU ได้จัดทำมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT-2000 หรือที่เราเรียกว่า 3G ซึ่งเป็นระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่พัฒนาต่อจากระบบ GSM ที่เน้นแต่การสนทนา มาเป็นระบบที่รองรับการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงด้วย แน่นอนในยุคนั้นคลื่นความถี่ถูกจับจองไปใช้กับความนิยมระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่ระบบ NMT 470 MHz จนมา GSM ย่าน 800 MHz 900 MHz 1800 MHz 1900 MHz จนเหลือแค่ย่าน 2.1 GHz ที่ยังว่างอยู่ เพราะย่านความถี่ที่สูงกว่านี้ส่วนใหญ่ก็คือดาวเทียมแล้วละ

มาตรฐาน IMT-2000 จึงกำหนดย่านความถี่แรกที่ 2.1 GHz เมื่อปี 2000 แต่ในโลกกว้างใหญ่ของเรานั้น ประเทศที่จัดสรรความถี่ 3G ย่าน 2.1 GHz ไปแล้ว ปรากฏว่าย่านความถี่ GSM เดิม 800 900 1800 ว่างสิ แล้วจะทำไงให้เกิดประโยชน์สูงสุดล่ะ? ประกอบกับประเทศที่ฉลาดๆ เขาเห็นว่า GSM เดิมในย่าน 800 900 1800 นั้น กว่าจะปักเสา ตั้งสถานีกันเป็นยี่สิบปีถึงจะมีโครงข่ายครอบคลุม อยากจะเปลี่ยนแค่ Core network ได้หรือไม่? แน่นอนบรรดาพ่อค้ารวมหัวกับวิศวกรก็บอกว่าสบายบรื๋อ ขอเพียงมีแบนด์วิดท์ที่กว้างพอ 15 MHz ก็วางโครงข่ายพัฒนา GSM เป็น 3G ได้ละ เท่านั้นแหละขายของกันสบึม เขาเรียกว่า In-band Migration ขายดิบขายดี แค่เปลี่ยนอุปกรณ์ Core network โครงข่าย 800 900 1800 เดิม เปลี่ยนการ์ดตู้ชุมสาย เซ็ต คอนฟิกซ์ ยิกๆ สิบนาทีเป็น 3G ละ ชีวิตฝรั่งก็ง่ายขึ้น

แล้วประเทศสาระขันล่ะ? ย้อนไปสามหรือสี่ปีก่อนหรือกล่าวว่ายุค กทช. หลังจากท่านได้ศึกษาดูงานมานานมาก ท่านได้โยนหินถามทางดังตุ้บว่า “ทรัพยากรของชาติถูกจัดสรรไปแล้วยังใช้ไม่เต็มที่เลย จะจัดสรรความถี่ใหม่คงไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด ควรจะพัฒนาโครงข่ายเดิมเป็น 3G” เท่านั้นแหละ กลยุทธ์การใช้สื่อโจมตีอย่างที่นักการตลาดโทรคมถนัดก็สอยบรรดาท่านๆ จ๋อยไปเลย ซึ่ง กทช. เก่าล้วนเป็นข้าราชการหัวโบราณทั้งหมด แม้บางท่านมาจากกรมประชาสัมพันธ์ แต่กรม ปชส. นั้นบริหารคลื่นความถี่ Broadcast ไม่ได้บริหารภาพลักษณ์ เพราะภาพลักษณ์ ปชส. เองก็ไม่ได้ถูกบริหาร คนก็ไม่รู้ว่าทำงานสำคัญมากมาย กทช. เลยโดน Key message ตั้งแต่ถ่วงความเจริญ ทำชาติล้าหลัง ลาว กัมพูชาเขามี 3G แล้ว ว่าไปนู่น สถานี 3G ลาวมี 1 สถานีในยุคนั้นก็เอามาอ้างละ เพื่อนกอง บก. ชื่อไอ้ป๊อปถึงกับดีใจใหญ่ที่ได้ย้ายไปอยู่ลาวและได้บัตรประชาชนลาวเพราะเขาบอกว่าเจริญกว่าไทยเพราะทุกวันนี้มีเบส LTE ถึงยี่สิบไซต์แล้ว

แน่นอนเมื่อวิเคราะห์ตามทฤษฎีของ อดัม สมิธ มนุษย์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ มันจะทำอะไรที่มันได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจ ถ้ามันเป็นภาคธุรกิจ ส่วนคนที่อยู่ในภาครัฐประโยชน์ของพวกเขาว่ากันว่า คือการทำงานเอาหน้าหรือทำเพื่อแผ่นดินถ้าพูดสวยๆ (ไม่รวมผลประโยชน์อื่น) ดังนั้นถ้าวิเคราะห์รัฐ กทช. ตอนนั้นจะไม่จัดสรรคลื่นใหม่เพื่อเอาหน้าและทำเพื่อแผ่นดิน ส่วนคนที่ปล่อย key message ทำชาติล้าหลัง ถ่วงความเจริญ วิเคราะห์ได้ว่าผู้เสียประโยชน์อาจเป็นผู้รับสัมปทานให้บริการมือถือนั่นเอง เพราะพวกเขาทำสัญญาสัมปทานแบบ BTO (Build-Transfer-Operate) คือ เอกชนที่รับสัมปทาน ต้องสร้างโครงข่ายให้ สร้างเสร็จแล้วส่งมอบให้ ทีโอทีหรือแคทก็ว่าไป แล้วยังต้องทำงานให้อีก โดนเมื่อมีรายได้จากลูกค้าก็ต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้อีก สุดจะช้ำกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  4G 3G