พ่อ"จา พนม"แถลงลูกหายหน้าไปตั้งแต่แต่งงาน-ให้เวลา3วัน ถ้าไม่ติดต่อมาจะดำเนินการบางอย่าง!

กระทู้ข่าว
ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ห้องเพิ่มพูนทรัพย์ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ นายทองดี ยีรัมย์ และ นางรินทร์ ยีรัมย์ บิดาและมารดาของ ‘จา’พนม ยีรัมย์ พระเอกนักบู๊ชื่อดัง พร้อมด้วย แวว ยีรัมย์ น้องสาวคนเล็ก และนายธวัช ศุภโชคไพศาล สามีของนางแวว แถลงข่าวถึงกรณีที่ จา-พนม หายหน้าไปตั้งแต่หลังแต่งงาน

โดยนายทองดี เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่มาแถลงข่าววันนี้เพราะต้องการอยากคุยกับลูกชาย ตนคิดถึงลูกมากและรู้สึกอัดอั้นใจจนต้องออกมาให้ข่าวถึงลูกอีกครั้ง ที่ผ่านมาผมเคยให้ข่าวมา 2 ครั้ง ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลย อยากวอนให้ช่วยออกข่าวตามจาให้กลับมาหาตนที่สุรินทร์ภายใน 3 วัน ตนจะได้สบายใจ ที่ผ่านมาถูกกีดกัน เมื่อปีใหม่ตนและครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมจาและหลานที่บ้านของภรรยา จู่ๆ ทางภรรยาจาก็กระโดดมาขวางพร้อมทั้งโวยวายว่าอย่าเข้ามา

นายทองดี กล่าวต่อว่า “ตอนแรกที่ผมและครอบครัวลงจากรถมา จาเดินมายกมือไหว้พ่อแม่ ต่อจากนั้นผมได้ยินเสียงโวยวายในบ้านและจู่ๆ ลูกสะใภ้ก็กระโดดออกมา ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ทำไมต้องออกมาขวางและตะโกนว่าอย่าเข้ามา กลับไป มาทางไหนกลับไปทางนั้น ผมไม่รู้ว่าเขาไล่ใครและดูเหมือนจะเข้ามาทำร้ายแววลูกสาวคนเล็กอย่างเดียว ซึ่งตัวผมขวางอยู่ ส่วนแม่ของบุ้งกี๋ก็ยืนยิ้มดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ”

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่าทาง ‘แวว’ น้องสาวคนเล็กของ ‘จา’ เคยมีปัญหากับ ‘บุ้งกี๋’ มาก่อนใช่หรือเปล่า นายทองดี รับว่าทั้งคู่มีปัญหากันจริง แต่ไม่ใช่เรื่องเงิน เป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ตนไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร ซึ่งตัวแววก็ไม่ทราบ เพราะเรื่องที่ลูกสะใภ้เคยมีกรณีกับ ‘โจ’ธวัช ศุภโชคไพศาล สามีของ ‘แวว’ ตั้งแต่งานแต่งของ ‘จา’ ทั้งคู่เคลียร์กันได้แล้ว

“ก่อนหน้านี้เราก็ไปมาหาสู่กันตามปกติ ก็ดีๆ กัน เคยไปค้างบ้านภรรยาจาด้วย แต่ตอนนั้นแววไม่ได้ไป แววไม่เคยมาที่บ้านภรรยาจาเพราะผมไม่เคยชวน ตอนผมไปบ้านภรรยาของจา เขาก็ดูแลธรรมดา อยากจะรู้ว่าเขาโกรธแววเรื่องอะไรและอยากถามจาด้วยว่าทำไมภรรยาลูกถึงทำกับพ่อแบบนี้ ไม่ให้เกียรติพ่อ ถึงจะโกรธใครแต่ควรให้เกียรติพ่อแม่สามีบ้าง ทุกวันนี้ผมเสียใจอยู่ แต่ผมไม่โกรธเขา แค่อยากให้ลูกชายมาพูดกับผม และไปพูดกับภรรยาให้รู้จักกาลเทศะบ้าง ต่อไปนี้ผมคงจะไม่ไปบ้านลูกสะใภ้อีกแล้ว”

ต่อข้อถามก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ‘จา’ อยากพาหลานมาไหว้ ไปพบหรือยัง นายทองดีเผยว่า จามาหาแน่นอน แต่ก่อนที่เขาจะมา ตนป่วยเข้าร.พ.ช่วงนั้นตนได้โทร.ไปสอบถามกับทางบ้านลูกสะใภ้ แม่ยายของจาบอกว่าตนตายไปได้ก็ดี ตนคิดว่าไม่มาก็ไม่เป็นไร จาอาจจะติดถ่ายหนัง ตนหนักใจตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นิสัยจาเปลี่ยนไป ยิ่งหลังแต่งงานเหมือนคนขาดสติ(น้ำเสียงเครือ) ไม่เหมือนเมื่อก่อน สมัยก่อนจาดีต่อพ่อแม่ กตัญญูรู้คุณ แต่ 3 ปีหลังมานี้ ยิ่งแต่งงานจาไม่รู้จักพ่อแม่ และถ้าจาไม่ติดต่อมาใน 3 วัน คงทำไปตามขั้นตอน แต่ขอไม่บอกว่าอย่างไร ที่ผ่านมาผมร้องไห้เพราะเขา ทุกวันนี้ก็ยังร้องอยู่

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่าได้พบ ‘เสี่ยเจียง’สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้บิหาร “สหมงคลฟิล์ม” ต้นสังกัดของลูกชาย บ้างหรือเปล่าเพื่อให้ช่วยประสานรอยร้าว นายทองดีเผยว่า เสี่ยเจียงบอกกับตนให้ปลง เสี่ยเจียงก็ปลงเหมือนกัน ตนบอกเสี่ยเจียงว่าบางอย่างก็ปลงไม่ได้

“ที่ผ่านมาจาส่งเสียครอบครัวทุกเดือน แต่ 3 เดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้ส่งเสีย ซึ่งผมไม่หนักใจ ถึงเขาไม่ส่งเสียก็มีลูกอีก 3 คนที่ส่งเสียอยู่ ผมขอฝากถึงพ่อตาแม่ยายจาด้วย บอกให้จามาบ้านผมภายใน 3 วัน ก่อนหน้านี้ยังเคยบอกพ่อตาแม่ยายของจาว่าเดี๋ยวนี้จาเป็นลูกพ่อแม่แล้ว ถ้ามีอะไรที่จาทำไม่ถูกไม่ควรก็เตือนได้ ซึ่งเขาก็รับปาก แต่พอวันนี้ทำไมเขาไม่ให้ลูกเขยมาหาพ่อบ้าง หรือเขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็น อยากบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมหนักอกและฝากบอกเสี่ยเจียงให้บอกจามาหาพ่อด่วน ฝากความหวังถึงเสี่ยเพียงเท่านี้ และขอบคุณสื่อทุกท่านด้วยครับ”

ทางด้าน ‘แวว ยีรัมย์’ เผยถึงปัญหาของตนกับ ‘บุ้งกี๋’ พี่สะใภ้ว่า ตนรู้จักกับทางฝ่ายนั้นตอนถ่ายหนังเรื่อง “องค์บาก3” ตอนนั้นตนดูแลพี่ชายอยู่ น้องบุ้งกี๋เข้ามาเป็นช่วงใกล้จะปิดกล้อง องค์บาก3 ซึ่งตนและทีมงานยุ่งมาก ตนคิดว่าบุ้งกี๋เป็นแฟนคลับที่มาชอบพี่จาและคอยส่งข้าวส่งน้ำ คงไม่มีอะไร แต่หลังจากนั้นไม่นานพี่จาบอกว่าเป็นแฟน ตนก็แปลกใจว่าทำไมถึงมีแฟนกะทันหัน เราเคยเห็นหน้ากัน 2-3 ครั้งหลังจากพี่จาบอกแต่ไม่เคยมีปัญหากัน จนพี่จาแต่งงาน นับครั้งได้ว่าเจอกันแค่ 3 ครั้ง ส่วนที่เขาเคยให้ข่าวว่าตนไปพูดไม่ดีใส่นั้น ตนไม่เคยทำ ไม่เคยปะทะฝีปากกันเลย เจอหน้าก็ยกมือไหว้ทักทายตามปกติ

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงช่วงที่ ‘จา’ แต่งงาน แล้วสามีของ ‘แวว’ ถูกทำร้ายในงานแต่งใช่หรือเปล่า ‘แวว’ เผยว่า อาจจะมีส่วนเพราะตอนนั้นตนท้องแก่ไม่ได้ไป แต่สามีไปเลยมีเรื่องราว แต่ญาติพี่น้องไปหมดแล้วเจ้าบ่าวก็เป็นพี่ชายเรา เลยให้สามีไปแทนเลยเกิดเรื่องขึ้นมา ตนไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น เพราะญาติๆ ก็อยู่เต็มไปหมด ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะทำร้ายสามีตน

“อยากถามเขาเหมือนกันว่าทำไมถึงทำกับสามีเราแบบนั้น จริงๆ กรณียังไม่จบหรอก แต่คุณพ่ออยากให้เรื่องจบเพราะอยากให้พี่น้องดีกัน แววอยากคุยและเคลียร์กับเขาเสมอมา แต่ไม่มีโอกาสได้คุยเพราะเขาไม่ให้เจอ ตอนนี้เราห่วงพ่อมาก พ่อเป็นความดัน แม่เป็นโรคหัวใจ พ่อกับแม่เครียดหลายอย่าง ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องครอบครัว จริงๆ เราเป็นน้องสาวแท้ๆ คลานตามกันมา ไม่น่าจะทำกิริยาอย่างนั้น เสียใจและเสียความรู้สึกมาก เราอยากคุยกับพี่ชายแต่ก็คุยไม่ได้ อย่างล่าสุดที่ไปเยี่ยมหลานช่วงปีใหม่ ขนาดที่พี่สะใภ้ตะโกนอย่าโทร.หาจาอีก ไม่เข้าใจว่าเราเป็นน้องทำไมโทร.หาพี่ชายไม่ได้ ซึ่งพี่จาอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้ห้ามอะไร คุณพ่ออยากรู้ว่าทำไมถึงนิ่งเฉย จนกระทั่งวันนี้พี่จาก็ยังไม่ติดต่อกลับมา วันนั้นเขาจะทำร้ายแวว เรายืนเฉยๆ ก็งงๆ ว่าทำไมจะทำร้ายเรา”

ด้านนายธวัช สามีของ ‘แวว’ เผยต่อว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนได้สัญญาว่าจะไม่พูดถึงสาเหตุ เพราะไม่อยากให้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ที่เกิดการแถลงข่าวเพราะตนสงสารคุณพ่อคุณแม่ของภรรยา

“เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ที่ผมช่วยกองถ่ายองค์บาก 3 สมัยก่อนผมเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับคุณแววทำหนังทุกอย่างดำเนินมาด้วยดี อยู่ๆ มีผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับเข้ามาและใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ ช่วงนั้นผมดูแลจาโดยตรง เห็นแล้วรู้สึกห่วง เพราะเขาเข้ามามากกว่าแฟนคลับทั่วไป แต่เราไม่เคยกีดกัน

หลังปิดกล้อง องค์บาก 3 จาไปพักผ่อนกับครอบครัวน้องบุ้งกี๋ ตอนนั้นคุณจายังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทไอยรา จากนั้นคุณจาไม่ทำงานเพราะครอบครัวบุ้งกี๋ไม่ให้ทำ ไม่รู้ว่าทำไม แต่ติดต่อจาไม่ได้ ตัวบริษัทก็ไม่ได้เดือดร้อน มีงานตลอดก็ปล่อยมาเรื่อย และเจอคุณจาอีกครั้งตอนบวชเป็นพระเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจจะทำให้ฝ่ายนั้นไม่พอใจ เพราะช่วงนั้นมีกระแสข่าวว่าผมเอาพระไปหากินหรือเปล่า เพราะตอนนั้นทำนิตยสาร เราก็ถ่ายรูปปกติไม่ได้มีเจตนาหากินถ่ายรูปพระ ผมงงมากทำไมครอบครัวเขาถึงคิดแบบนั้น แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขามองว่าผมเป็นปรปักษ์กับครอบครัวเขา อาจเป็นเพราะว่าก่อนที่เขาเข้ามาผมเคยเช็คประวัติครอบครัวเขา เพราะเราไม่เคยรู้จักมาก่อน พอได้ประวัติก็ไปบอกผู้ใหญ่ทางสหมงคลฟิล์มและพ่อแม่ของจา ส่วนเป็นเรื่องอะไรขอไม่พูด ซึ่งเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นประเด็นทำให้เขาไม่พอใจ อยากบอกว่าเราไม่มีเจตนาไปกีดกันเพราะถ้ากีดกันจริง 3 ปีที่ผ่านมาต้องไม่ใช่แบบนี้ ส่วนประเด็นที่ว่าคุณจาไม่ถูกกับผมและคุณแววไม่จริง เจอกันล่าสุดยังจับมือและกอดกันในงานวันแต่งคุณจา”

นายธวัชเผยต่อว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ตนไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเพราะจา สังกัดเสี่ยเจียง ของสหมงคลฟิล์ม อะไรก็แล้วแต่ ต้องขึ้นกับผู้ใหญ่ ตนไม่สามารถทำอะไรจาได้
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  นักแสดง นักแสดงชาย นักแสดงไทย