พัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ Reading skills that work - for tests and in class

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ กระทู้ด้านพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ กระทู้แรกของปีค่ะ
เป็นกระทู้เทสท์  ทดลองระบบ -- ไม่ต้องเทสท์ละ โอเคละค่ะ

คลิปนี้ ความยาว 11 นาที ครูเจมส์ก็จะมาสอนวิธีพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ
สำหรับการสอบ การเรียนในห้องเรียน และการอ่านทั่วไปในชีวิตประจำวันค่ะ
กระทู้นี้มีเนื้อหาเยอะ ก็ค่อยๆอ่าน


- มีลิงค์ไปให้อ่านเพิ่มเติม และ
- ตัวอย่างคลิปสำหรับคนที่จะสอบโทเฟิล โทอิค ไอเอล ทั้งหลาย
- มีตัวอย่างเรื่องการออกเสียง เป็นคลิปที่ดีมาก วิวแปดแสนวิว
- คลิปประกอบที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ Reading Comprehension และคลิปแบบฝึกหัด
- ENGLISH - WRITING Paraphrasing การเรียบเรียงข้อความขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป
- แบบฝึกหัดท้ายคลิป
- ทุนช่วงนี้ทั้งในและต่างประเทศ
ฯลฯ

ก็มาดูกัน

  Reading skills that work - for tests and in class
JamesESL
26,688 วิว
Like 360     Dislike 4

Published on Dec 15, 2012

Do you run out of time when reading in class?
Have trouble remembering or understanding what you read?
Then put down that book and press play
to learn how to improve your reading speed and comprehension today.
http://www.engvid.com/reading-skills-that-work/

    Category -- Education


ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้






ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้


กระทู้ก่อนหน้า สามารถดูได้ในเฟซ(ดูที่หน้า อะเบาท์)
ทางเข้าคลิกที่อมยิ้ม 55+
แก้ไขข้อความเมื่อ
30 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
555 ขำคลิปแรก นาทีที่ 2.25

a lot of time people take information impassively that means they sit there and they hope that something magic happens. If I keep looking at the page, the page will start to actually speak. I don't understand. that's not going to happen.

นึกถึงตัวเองสมัยก่อนชอบเปิดทีวีช่องต่างประเทศทิ้งไว้แต่ฟังไม่รู้เรื่อง หวังว่ามันจะได้อะไรขึ้นมาบ้าง 555
ความคิดเห็นที่ 11
ดูคลิปเรื่อง Reading Comprehension in English เพิ่มเติมได้ที่นี่

http://www.youtube.com/results?search_query=Reading+Comprehension+in+English+&oq=Reading+Comprehension+in+English+&gs_l=youtube-reduced.12...1119.1119.0.1781.1.1.0.0.0.0.0.0..0.0...0.0...1ac.



วันนี้ลาไปก่อน สวัสดี เจอกันใหม่พรุ่งนี้
สวัสดีปีใหม่

ความคิดเห็นที่ 10
3.
อันนี้แบบฝึกหัดวัดความเข้าใจจากการอ่าน
Excellent Reading Comprehension Exercises




อันนี้แถมเรื่องการออกเสียง เป็นคลิปที่ดีมาก วิวแปดแสนวิว
ความคิดเห็นที่ 7
ที่มา เป็นกระทู้ที่ดีมาก สามารถตามไปอ่านกันได้

เรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้นง่ายๆ จากยูทูป ตอนที่ 18
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2012/04/K11996199/K11996199.html

ที่บอกว่าดีเพราะเป็นการรวมคลิป และเนื้อหา ของ 12 คลิปเหล่านี้ไว้ด้วยกัน

1. ภาพรวมของ"รูปประโยคในภาษาอังกฤษ" และตัวอย่างประโยค
ควิกรีวิว ของ Tenses และตัวอย่างประโยคช่วยจำ คือ มันจำเป็นนะ ให้ เรียนรู้ พัฒนา และเอาไปใช้ ""เมื่อไหร่" ที่จะใช้มัน และจะใช้มัน "อย่างไร"
- English Grammar - - Tenses overview -
present, past, future, simple, continuous, progressive, perfect!

  2.  Reading Comprehension in English
วิธีการอ่านให้เข้าใจ ให้ตอบให้ได้ว่า คุณ"อ่านอะไร" ให้คุณเข้าใจในสิ่งที่คุณอ่าน

  3. HOW TO LEARN MORE EFFECTIVELY
พูดถึงวิธีการเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งวิธีการรับข้อมูลข่าวสาร และวิธีการเรียนของคุณ

ลงเรื่องวิธีการเขียนงานเขียนบ้าง คือคลิปที่ 4 กับ 5 มันเอาไปปรับใช้ได้กับทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเรียน การทำงาน หรือการสื่อสารในชีวิตประจำวันอะ  จริงๆมันจำเป็นนะ ถ้ามีแพทเทิร์นที่ดี ก็จะทำให้การสื่อสารของเราดีไปด้วย มีประสิทธิภาพ

4. เขียนงานเขียนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
How to Write an Effective Essay วิธีการวางโครงเรื่อง การหาเหตุผลมาซัพพอร์ท เหตุผลหลัก

5. How to Structure Your TOEFL Essay
อันนี้ยากขึ้นมาจากอันบนนิดนึง ต่อเนื่องกัน พูดถึงวิธีการวางโครงเรื่อง จะเอาอะไรมาวางและเขียนอย่างไร ไม่เกี่ยวว่าใช้ได้กับเฉพาะ TOEFL  เอาไปปรับใช้กับการพูด การคิด การเรียน การทำงาน หรือ การสื่อสารต่างๆในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะ

  6. How to Learn English  at Home
ก็แนะวิธี + เทคนิค ในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

  7. How to Learn English with the News
เรียนคำศัพท์จากการอ่านและการดูข่าว วิธีการจับ Main Idea

8. Polite English - Saying Yes and No
การใช้ภาษาอังกฤษแบบสุภาพ ในการตอบ Yes หรือ No คำอื่นๆที่ใช้แทน Yes หรือ No, สถานการณ์ที่ใช้, คำที่ท้ายเติมหลัง Yes, No เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์สละสลวยขึ้น ทั้งในแบบทางการและไม่เป็นทางการ

  9. ทำอย่างไรให้เรียนภาษาอังกฤษให้เพิ่มประสิทธิภาพ
How to maximize your English learning ความมุ่งมั่น, การสร้างสิ่งแวดล้อม, การมีส่วนร่วม, และนำไปประยุกต์ใช้ อย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็ช่วยได้

  10. How to talk about your friends
อันนี้ก็เผื่อใครจะเอาไปใช้  ตัวอย่างประโยค สำนวน เกี่ยวกับเพื่อน รู้ไว้ก็ดี เพราะมักจะเจอในชีวิตประจำวันบ่อยๆ จะได้รู้ว่าที่เค้าพูดหมายถึงอะไร หรือเราจะเอาไปใช้พูดเองก็ได้

  11. Learn English - How to Listen and Understand
6 วิธีที่จะพัฒนาทักษะการฟังของคุณ  ต้องมองโลกในแง่ดี, มีไอเดีย,  ฟังมากๆ, เปิดใจกว้าง,  ตัดสินที่เนื้อหา ไม่ใช่วิธีการพูด, และเปิดโอกาสให้ตัวเอง ให้โอกาสตัวเอง

  12.  How to improve your English conversation skills
เอามาทวน จะหาฝรั่งมาคุยได้จากไหน และมีวิธีการอย่างไรในการสร้าง/เปิดบทสนทนา  ก็ให้ ช่างสังเกต,  รู้จักตั้งคำถามเป็น,  คิดอ่านใจคน, สถานที่ที่เป็นไปได้ที่จะสามารถเข้าไปคุยกับฝรั่ง ตัวอย่างประโยค,วิธีการ,และสถานการณ์

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

จากคุณ     : lovelypriest
เขียนเมื่อ     : 23 เม.ย. 55 10:36:06
    
    
ความคิดเห็นที่ 30
ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ กระทู้ที่เคยบุ๊คมาร์คไว้มันหายหมดเลยอ่ะ  เศร้า
ความคิดเห็นที่ 29
Thank you very much
ความคิดเห็นที่ 28
ความคิดเห็นที่ 27
กระทู้อื่นๆช่วงนี้
ก็ลองหาทางเข้าดูอะ
ความคิดเห็นที่ 26
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ผู้หญิง
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณมากค่ะ
มีประโยชน์มาก
ความคิดเห็นที่ 24
แค่เว็บนี้เว็บเดียวก็มีตัวอย่าง Essay 181 เรื่อง เข้าไปฝึกอ่านและฝึกเขียนได้เลยครับ
http://www.eslstudyguide.com/sampleessays.php
ถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็สามารถเพิ่มใน Google โดยพิมพ์ sample essays และ/หรือ essay samples

The best way to improve your writing is to read good writing.
หาตัวอย่าง essays ในเว็บต่างๆมาอ่านแล้วศึกษาประโยคต่างๆที่ผู้เขียนใช้ การอ่านจะทำให้สิ่งที่อ่านเข้าไปในหัวได้ระดับหนึ่ง จะให้ดีกว่านี้ถ้าเขียนสิ่งที่อ่านด้วยปากกาหรือพิมพ์ดีดลง Word processor ด้วย ท่องขึ้นใจทั้ง essay แบบท่องอาขยานก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้จำได้ทุกประโยค

จากคุณ//นายชัย

ที่มา+ อ่านเพิ่มเติมที่กระทู้นี้
ต้องสอบ GRE แต่ skill writing ยังมีปัญหาอยู่มากเลยครับ จะฝึกอย่างไรดี
http://www.pantip.com/topic/30007815
ความคิดเห็นที่ 23
เห็นอันนี้กันรึยัง
ความคิดเห็นที่ 22
กระทู้ใหม่
ไซบีเรียนฮัสกี้ทุนการศึกษาต่างๆช่วงนี้ ทุกสาขาวิชา ทั้งในและต่างประเทศหนู
http://www.pantip.com/topic/30010957

ก็ตามนั้น สวัสดีจ้า  ไม่ได้โพสนานละ ก็มาอัพเดทซะหน่อย รับปีใหม่  
ทุกคนสามารถบุคมาร์คเว็บไซด์ที่มา ไว้ดูเองเช็คเองได้ตลอดเวลา
ขอให้โชคดีได้ทุนกันทุกคน

มาดูรูปกัน
ว่ามีข่าวทุนอะไรบ้างช่วงนี้
เราเอามาลงไม่หมดนะ เพราะมันหลายหน้าเหลือเกิน สามารถเข้าไปดูจนจบได้
ตามลิงค์นี้
http://www.pantip.com/topic/30010957



อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27อมยิ้ม27

ความคิดเห็นที่ 21
ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะ
ดีใจที่คุณจขกท.อุตส่าห์แปลให้ด้วย
เอาไว้ทวนความเข้าใจ หลังจากฟังจนมึน
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 20
ขอบคุณมากๆนะคะ ((:

ดอกไม้
ความคิดเห็นที่ 19
เพื่อฝึกฝนและเรียนรู้เทคนิคการเขียนแบบอะคาเดมิคเพิ่มเติม ไม่ว่าระดับใด แนะนำคีย์เวิร์ดในการเสิร์ชเหล่านี้เพิ่มเติม

keywords:
academic writing, professional writing, writing techniques list, writing techniques




2. อีกรูปจ้ะ
ทีนี้เราก็จะหมดปัญหาเรื่องวิธีการตอบข้อสอบ จะทำยังไง และทำได้ดีขึ้นกันทุกคน



3.


4. how to write academic papers


ที่มา
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.301513046597304.68783.283776135037662&type=3

*************************************************************************

1. ดูกระทู้ทั้งหมด
https://www.facebook.com/note.php?saved&¬e_id=291247380957204&id=283776135037662
2. ดูในโน๊ต
https://www.facebook.com/pages/Learning-English-by-Lovelypriest/283776135037662?sk=notes
3. ในอัลบั้มภาพ
https://www.facebook.com/pages/Learning-English-by-Lovelypriest/283776135037662?sk=photos


พระจันทร์ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีจ้ะ พระอาทิตย์


อันนี้เป็นรวมเพลงดิสนีย์ที่เพราะมาก และยาวดีมาก 4 ชม ไว้ฟังเวลาอ่านหนังสือ



ความคิดเห็นที่ 18
ENGLISH - WRITING Paraphrasing การเรียบเรียงข้อความขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2012/05/K12099848/K12099848.html




English Writing - Paraphrasing
การเรียบเรียงข้อความขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป

Paraphrasing is expressing what you have read or heard in your own words.
Its a skill you need in academic and professional life.

Test your understanding of the English lesson by answering these questions at ...
http://www.engvid.com/paraphrasing-english-writing/





English Writing - Paraphrasing
การเรียบเรียงข้อความขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป


  สวัสดีค่ะ คุณครูรีเบคก้าค่ะ และบทเรียนวันนี้เราก็จะมาคุยกันเกี่ยวกับ Paraphrasing การเรียบเรียงข้อความขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป

Paraphrasing คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Paraphrasing คือการแสดงความรู้สึก, แนวคิด ที่คุณได้ยินมาหรือได้อ่านมา และคุณเอามาถ่ายทอดด้วยถ้อยคำของคุณเอง ด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป

ทำไมมันถึงทำยาก
เพราะว่า บางครั้งเมื่อเราได้ยินบางอย่างหรืออ่านบางอย่างที่มันฟังดูว่าดีนะ เราจะอยากลอกมันมา แต่ว่าเราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ค่ะ เพราะว่านั่นเรียกว่า การลอกงานค่ะ และคำที่เหมาะสมที่ใช้เรียกคือ plagiarism (noun การขโมยความคิด, การคัดลอกผลงาน) ซึ่งเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิด(หรือผิดกฏหมาย) ในมหาวิทยาลัยหรือในเชิงวิชาการและในทางวิชาชีพ ดังนั้นมันสำคัญกับคุณที่จะเรียนเพื่อให้สามารถแสดงออกถึงสิ่งที่คุณได้ฟัง หรือว่าได้อ่านมา ด้วยภาษาของคุณเองนะคะ

  ดังนั้นคุณครูจะแสดงให้คุณเห็นในวิดีโอนี้ ถึงบางกลยุทธ์ที่จะช่วยให้คุณทำเช่นนั้นได้  มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ดัง นั้นคุณครูมีเทคนิคที่ต่างกัน 6 อย่างที่คุณสามารถใช้ เมื่อคุณต้องการการเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่ หรือต้องการเขียนอะไรขึ้นใหม่ด้วยถ้อยคำของคุณเองนะคะ และคุณครูก็จะให้ตัวอย่างประกอบแก่คุณในแต่ละข้อด้วยนะคะ

(กรุณา เสิร์ชกูเกิลด้วย Paraphrasing สำหรับตัวอย่างเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศต่างๆ และจากแหล่งข้อมูลอื่น แนะนำให้เสิร์ชเลยนะ ควรเสิร์ช  )

Paraphrasing

1. Synonyms
2. Antonyms
3. Phrasal Verbs
4. General Verbs
5. Phrases
-----------------------
6. Quotation



Paraphrasing

หัวใจ 1. Synonyms

ข้อ แรกคือการใช้ Synonyms หรือคำเหมือน สำหรับคำต่างๆในประโยคนะคะ ดังนั้น สำหรับตัวอย่าง ก็จะขอหยิบตัวอย่างขึ้นมาหน่อย (เอื้อมไปหยิบกระดาษ) เอาละค่ะ ถ้าต้นฉบับคือ

The hardest language to learn is Mandarin.

ถ้าคุณครูต้องการจะเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่นะคะ คุณครูควรจะพูดว่า
The most difficult language to learn is Mandarin. ดังนั้นที่คุณครูทำก็คือใช้คำว่า most difficult มาเเทนที่ hardest แต่มันก็ยังไม่ใช่การเรียบเรียงที่ดีนักเพราะมันยังใกล้เคียงกับต้นฉบับมาก เกินไป ดังนั้นคุณครูก็ควรจะเปลี่ยนอีก 2 - 3 คำ นะคะ ถ้าต้นฉบับคุณครูคือ The hardest language to learn is Mandarin. คุณครูควรจะกล่าวว่า

The most difficult language to master is Mandarin.

ตอนนี้คุณครูได้ทำการเปลี่ยนไป "2 ส่วน" นะคะ
1. คุณครูเปลี่ยน hardest ==> เป็น most difficult
2. และ learn ==> master
(ความหมายต้องเท่ากัน, คือใช้คำเหมือน) มันฟังดูดีขึ้นนะคะ แต่มันยังฟังเหมือนต้นฉบับเดิมด้วย จริงมั๊ยคะ

โอเคค่ะ นี่คืออีกตัวอย่างนึงนะคะ เราอาจจะพูดว่า

Mandarin is one of the most difficult languages to master.

ตอนนี้เรามีการเรียบเรียงที่สำเร็จสมบูรณ์มากขึ้น เพราะเราไม่ได้เปลี่ยนเพียงแค่คำเดียง(จุดเดียว) แต่เราเปลี่ยน(วางรูปประโยคใหม่)ทั้งประโยคเลย ดังนั้นเราก็จะมีรูปประโยคที่ได้เรียบเรียงขึ้นใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยคที่ดี(สมบูรณ์)ประโยคหนึ่ง โอเคนะคะ


  หัวใจ 2. Antonyms

มา ดูกันที่ข้อที่สองค่ะ สิ่งที่สองที่เราจะใช้คือ Antonyms (คำตรงกันข้าม) Antonyms อย่างที่คุณทราบคือคำที่มีความหมายตรงกันข้ามค่ะ ดังนั้นนี่ก็เป็นเทคนิคที่ง่ายทีเดียวเลยนะคะ ถ้าคุณจะทำการเรียบเรียง ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าควรจะเรียบเรียงออกมายังไงดี ตัวอย่างของอันนี้ก็จะเป็น
- The man is tall. คุณสามารถใช้ว่า The man is not short. โอเคนะคะ
- แทนที่จะพูดว่า The school is far away. คุณสามารถใช้ว่า The school is not near.
นี่ คือตัวอย่างของการใช้คำตรงข้าม คุณสามารถใช้ได้อย่างง่ายๆเลยนะคะ และคุณสามารถใช้นานๆครั้ง ไม่ใช่บ่อยๆ แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จในการใช้ได้ค่ะ


   หัวใจ 3. Phrasal Verbs

เอาละค่ะ วิธีที่สามคือ Phrasal Verbs (คำกริยาวลี, คือวลีที่ใช้อย่างเป็นคำกริยา) มาดูกันที่ตัวอย่างนะคะ

She discarded(ทิ้ง) her used(ที่ใช้แล้ว) lipstick case(กระเป๋าเล็กๆไว้ใส่/เก็บลิปสติก) in the trash can.

ในกรณีนี้ให้เราต้องการแทนที่คำว่า discarded ด้วยคำ(อื่นที่เป็น) คำกริยาวลี ดังนั้นคุณจะใช้คำว่าอะไรคะ คุณทราบมั๊ยคะว่า to discard something คืออะไร = throw it away ค่ะ ดังนั้นตรงนี้เราสามารถใช้ได้ว่า

She threw away her used  lipstick case in the trash can.

แทน She discarded. เพราะถ้าคุณใช้คำเดิมตลอดที่คุณใช้ในข้อความต้นแบบในการสอบพาร์ทอ่านหรือพา ร์ทการฟัง นั่นจะไม่ถูกพิจารณาว่าคุณได้เรียบเรียงอะไรขึ้นใหม่นะคะ ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามทำคือการสร้างใหม่ที่สำเร็จสมบูรณ์จากคำพวกนั้นออก มาให้เป็นถ้อยคำของเราเอง และรวมถึงไม่ลอกคำเหล่านั้นมาไม่ว่าต้นฉบับนั้นจะดีเลิศวิเศษขนาดไหนก็ตามนะคะ โอเคค่ะ


  หัวใจ  4. General Verbs

บางครั้งเราก็สามารถใช้ General Verbs ได้ค่ะ สำหรับตัวอย่างนะคะ บางครั้งมีประโยคที่กล่าวว่า

The factory manufactures boxes

- คุณสามารถใช้คำเหมือน (Synonym) อย่าง factory produces ได้
- หรือคุณสามารถใช้ General Verbs อย่าง The factory makes boxes. ได้นะคะ
มันไม่ใช่จะออกมามีประสิทธิภาพสูงมากแต่คุณก็ไม่ได้ใช้คำเดิมน่ะนะคะ


  หัวใจ 5. Phrases

เอา ละค่ะ และหัวข้อสุดท้ายเราสามารถใช้ Phrases วลีต่างๆได้ค่ะ ดังนั้นสำหรับวลีต่างๆ นั้นหมายถึงอะไรอย่างนี้นะคะ มากำหนดให้ประโยคต้นแบบคือ

Many people in Canada are bilingual(ใช้สองภาษา).

ดังนั้นมากำหนดให้เราต้องการใช้คำแทน bilingual คุณควรจะใช้คำว่าอะไรดีคะ

bilingual หมายความว่าอะไรคะ
- bi prefix = two, 2 และ
- lingual = about languages
- bilingual = you speak 2 languages

ดังนั้นคุณสามารถใช้วลีนี้เพื่ออธิบายคำว่า bilingual ในการเรียบเรียงประโยคใหม่ คุณสามารถใช้ได้ว่า
- Many people in Canada speak 2 languages. หรือ
- Many people in Canada are bilingual.
ประโยคทั้งสองนี้ เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ได้ลอกคำของเค้ามาเป๊ะๆ   อีกครั้งนะคะคุณต้องเปลี่ยนตำแหน่งในประโยคทั้งหมดด้วยไม่ใช่แต่เปลี่ยนคำใหม่แต่ละคำเท่านั้น เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเรียบเรียง(ได้อย่างสมบูรณ์)นะคะ


  ซึ่งพวกนี้(ที่สอนไป)ก็คือเทคนิค(ในการเปลี่ยนคำและการเรียบเรียงประโยค)ค่ะ อะไรจะเกิดขึ้นคะ ถ้า
(1) คุณพบประโยคหรือคำที่เหมือนกันเป๊ะในเนื้อเรื่องที่คุณอ่าน และ
(2) คุณไม่ต้องการจะเรียบเรียงใหม่ หรือคุณไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงเขียนใหม่ได้อย่างไร
สถานการณ์ทั้งสองนี้สามารถเกิดขึ้นได้ค่ะ ดังนั้นแล้วคุณจะทำยังไงดีคะ   เอาละค่ะ ในกรณีเช่นนี้ มันก็เป็นไปได้นะคะ ที่คุณจะใช้ Quotation(คำคม) ที่เรามีอยู่ตรงนี้เข้ามา เป็นทางเลือกตัวสุดท้ายนะคะ


  หัวใจ 6. Quotation

คุณสามารถยกคำคมขึ้นมาทั้งประโยคแล้วใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูดนะคะ


  ดังนั้นเหล่านี้ก็คือเทคนิคที่คุณสามารถใช้ได้นะคะในการเรียบเรียงข้อความ ขึ้นใหม่ค่ะ ซึ่งก็เป็นทักษะที่สำคัญจริงๆนะคะในการเรียน, การสอบโทเฟิล, ไอเอล หรือในการสอบใดๆ หรือในงานเขียนเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆนะคะ   คุณอาจต้องใช้มันในการดำเนินชีวิตค่ะ เอาละค่ะคุณครูหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณนักเรียนนะคะ โชคดีในเรื่องการเรียบเรียงประโยคนะคะ ตอนนี้ ลาก่อนนะคะ

พระจันทร์Test your understanding of the English lesson by answering these questions at ...

http://www.engvid.com/paraphrasing-english-writing/#quiz

ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้
ความคิดเห็นที่ 17
ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้




มันไม่ใคร่ดีนักถ้าจะพูด แต่ "เจมส์ครับผมต้องการจะพัฒนาครับ มันดีนะครับผมทำข้อสอบ(การอ่าน)และผมต้องการจะทำให้มันไวขึ้น (อยากรู้วิธี)ตอนนี้เลย ผมจะทำยังไงดีครับ?"

ผมก็จะบอกคุณตอนนี้เลยครับ ปกติแล้ว เพื่อพัฒนาการอ่านของคุณนะครับ นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมจะให้คุณครับ
(ดูที่กระดาน) ทำตามพวกนี้ ทุกๆวัน  วันละประมาณ 15 นาทีนะครับ คุณจะพัฒนาขึ้นอย่างยอดเยี่ยมเลยครับ (ที่คุณเรียนไปก่อนหน้านี้ทางขวาของกระดาน คุณก็จะทำได้)ดีขึ้นนะครับ

คุณพร้อมรึยังครับ มาดูกัน..

พระอาทิตย์ข้อแรก get a book that's easy to read
หาหนังสือที่อ่านง่าย

โอเคนะครับ คุณเห็นที่ผมพูดมั๊ย หาเล่มนี้มา(อ่าน)ครับ หาอะไรง่ายๆมาอ่านครับ อย่าอ่านอะไรที่มันซับซ้อนหรือคุณไม่อยากจะอ่านมันน่ะครับ  คุณไม่สามารถพัฒนาได้ ถ้าคุณทำเช่นนั้นน่ะครับ .. อ่านอะไรที่คุณชอบ โอเคนะครับ  


พระอาทิตย์ต่อมา get a timer (set it for 15 mins)
หานาฬิกาจับเวลามาครับ (แล้วตั้งไว้ 15 นาที)
a timer คือนาฬิกาจับเวลาที่จะดัง ติ๊งๆๆๆๆๆๆ ตอนที่มันครบเวลาที่กำหนด และเราเจาะจงเซ็ทไว้ที่เวลา 15 นาที    ปกติแล้วนาฬิกาข้อมือจะเป็นนาฬิกาจับเวลาอยู่ในตัวอยู่แล้วอะนะครับ เราก็สามารถใช้จับเวลาได้  สิ่งที่ผมอยากให้คุณทำก็คือ  อ่านครับ เมื่อคุณอ่าน ใช้นิ้วชี้ทั้งสองนิ้ว ชี้ไปที่ปลาย(ขอบ) ซ้าย - ขวา ของขอบตัวหนังสือแต่ละบรรทัด ถ้ามันเร็วไป ให้ทำอย่างนี้ครับ ใช้นิ้วไล่ไปตามแต่ละบรรทัด ให้ตาอ่านไปตามที่นิ้วชี้แต่ละบรรทัด อย่าอ่านตามที่ตามองเห็น แต่ให้มองตามนิ้วที่ชี้อยู่ ให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณทำได้ โอเคนะครับ ต่อมา


พระอาทิตย์close the book (count the pages read)
ปิดหนังสือ ครับ

นั่นมันไม่ยากเท่าไหร่ใช่มั๊ยครับ  "15 นาที - เคลื่อนนิ้ว - ปิดหนังสือ" เพื่อให้พัฒนาจริงๆ การอ่านอย่างไวโดยที่ไม่ใคร่เข้าใจนักนั้นไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดซักเท่าไหร่เลยนะครับ ดังนั้นแล้ว สิ่งที่ผมอยากให้คุณทำก็คือ ผมอยากให้คุณเข้าใจอย่างละเอียดถ่องแท้น่ะครับ


พระอาทิตย์paraphrase out loud what you read
พูดซ้ำใจความเดิมด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป

paraphrase
คือ อะไรที่ .. ทำให้มันง่ายขึ้น หาวิธีอื่นที่ทำให้มันง่ายขึ้นเพื่อให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น เหมือนกับที่ผมบอกให้คุณไปสอนเพื่อน แต่ตรงนี้คือ คุณกำลังจะสอนตัวเอง (ติวให้ตัวเองฟัง, ทวนเอง) แต่สิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้คือ ไม่สามารถพูดออกมาดังๆ ถึงเรื่องข้อมูลที่คุณไม่มีอยู่  ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากให้คุณทำ ก็คือ เข้าใจ(มันก่อน) แล้วก็สามารถพูดถ่ายทอดมันออกมาได้ เพราะเมื่อคุณพูด(อธิบายถ่ายทอด)มันออกมาเเล้ว คุณจะรู้สึกว่า "ใช่ ถูกต้อง ผมว่ามันใช่แน่" แล้วคุณก็จะเข้าใจ(เนื้อหา)นั้น

เพียงเพราะคุณ
- อ่านอย่างรวดเร็ว
- แต่(ยังคง)เข้าใจสาระเนื้อหา(ของเรื่องที่อ่าน)
และตอนนี้ เหมือนกับตอนอาบน้ำตอนเช้า หรืออาบน้ำฝักบัวอะครับ repeat everyday.. คือ ทำซ้ำ ทุกๆวัน คือไม่ใช่อะไรที่คุณทำสัปดาห์ละครั้ง .. ทุกวันครับ 15 นาที  เพื่อการพัฒนา

ในแต่ละวัน (พูดทวนใจความสำคัญของเรื่องออกมาด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป) พยายามจาก 1 ประโยค พัฒนา ไปเป็น 1 ย่อหน้า  
จากนั้นคุณจะพบว่า คุณไม่เพียงแต่(อ่าน/พูด) ทำได้ 1 หรือ 2 หน้า แต่คุณทำได้ 5 หน้าน่ะครับ

ดอกไม้ตอนที่ผมบอกว่าให้ใช้นิ้วไล่ไป (เพื่อช่วยให้อ่านเร็วขึ้น) close the book (count the pages read)(ปิดหนังสือ ครับ)ผมลืมบอกว่าให้นับจำนวนหน้าที่อ่านไปได้ด้วยนะครับ  เมื่อคุณอ่านจบเล่ม ถ้าคุณอ่านได้ 5 หน้าต่อวัน คือได้ 5 หน้าต่อวัน และอ่านที่เหลือถัดไป ในวันรุ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ และทำมันทุกๆวัน (มีความสม่ำเสมอต่อเนื่อง) โอเคครับ

ขอบคุณมาก แล้วพบกันเร็วๆนี้ครับ

ดอกไม้ ลิงค์ไปทำแบบฝึกหัดค่ะ
http://www.engvid.com/reading-skills-that-work/



ได้ 8



เอาหละมีเพิ่มเติมเรื่องพาราเฟซในความเห็นล่าง

ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้
ความคิดเห็นที่ 16
เอาหละ ขอไม่แตกกระทู้ละกัน
ขอบคุณคนอ่าน เท่อมยิ้ม04อมยิ้ม

เอาหละ มาต่อให้จบ หวังว่า วันนี้จะจบนะ

ต่อจากความเห็นที่สี่ ขอแปะคลิปเดิมซักนิด



เริ่มนาทีที่ 5.13
(บ่อยครั้งเวลาที่เค้าต้องการจะขายหนังสือ อย่างเช่นเล่ม (ในมือผม) นี้นะครับ 20 หน้า มันดูดีมากเลย แต่คนเขียนบอกว่า ชั้นต้องการเขียนให้ได้ 220 หน้า เค้าก็จะเพิ่มหน้า โดยที่มันไม่มีอะไรเลย พระจันทร์เป็นสีแดง และสว่างไสวขึ้นในท้องฟ้าแห่งขัยชนะ ... ... คือเค้าไม่ได้เพิ่มเนื้อหาอะครับ แต่เค้าก็ได้เพิ่มราคาขายให้ตัวเล่มหนังสือ)

ดังนั้นสิ่งที่เราอยากจะทำก็คือ เราอยากจะรู้ว่า.. ผมไม่มีเวลานะครับ (เพราะ) ผมต้องสอบนะ ผมอยู่ในชั้นเรียน ผมไม่มีเวลามาอ่านอะไรน้ำๆ ผมต้องการสาระ (ใจความสำคัญ) โอเคนะครับ ดังนั้น สิ่งนี้ก็จะช่วยคุณ อีกครั้งนะครับ จะช่วยสมองคุณโดยบอกว่า(โฟกัสที่)คุณกำลังมองหาอะไร และช่วยให้คุณเข้าถึงสาระได้อย่างรวดเร็ว(ในเวลาอันสั้น)

มันไม่เหมือนกับเวลาคุณอ่านหนังสือเทพนิยายโบราณที่คุณต้องอ่านทุกอย่างและทุกคำ คุณไม่ต้องทำอย่างนั้นครับ คุณต้องเก็บใจความสำคัญ  (3 ข้อ)นี้จะช่วยคุณให้เข้าถึงสาระสำคัญ และข้ามสิ่งที่ไม่สำคัญสำหรับคุณครับ



ต่อมา ประการสุดท้าย finally summarize each chapter in 2 parts
สรุปแต่ละย่อหน้าออกเป็น 2 ส่วน
ครับ



คุณครูลืมบางอย่างไปครับ เพราะมันเป็นส่วนที่สำคัญมาก ครูไม่ได้ทำกรอบให้มันไว้น่ะครับ แต่ครูอยากจะพูดกับคุณโดยเฉพาะ อยากให้คุณได้ฟังและเข้าใจมัน  นี่คือกุญแจที่ทำให้ทุกอย่างนั้นได้ผลครับ (เหมือน)น้ำมันที่เติมรถยนต์, เพลงในน้ำเสียงคุณครู, แววตาที่เข้าใจ ในตาของครู...

เมื่อเราสรุปย่อความ เราไม่ได้เขียนออกมาเป็นคำๆ เราทำอย่างนั้นไปแล้วนะครับ  ครูต้องการให้คุณเขียนออกมาเป็นสองส่วนครับ

คุณเคยพูดกับเพื่อนหญิง หรือเพื่อนชายของคุณมั๊ยครับ? แล้วเค้าพูดอะไรออกมา
แล้วคุณรู้ว่าเค้าพูดอย่างนี้ๆๆๆ แต่มัน(กลับ)หมายความว่าอย่างนี้ๆๆๆๆๆ

เมื่อเราเขียนหนังสือนั้น สิ่งที่เค้าพูด นั้นคือ ข้อมูล(สาระ)ที่คุณต้องการ เพราะคุณต้องการจะส่ง(สารนั้น)ไปยังคนอื่นๆ ใครก็ตาม   แล้ว
- ฟังก์ชั่นของแต่ละย่อหน้า(ใจความสำคัญที่ซ่อนอยู่/ความหมายแฝง) คืออะไร?
- (แต่ละย่อหน้า)มันได้ให้หลักฐานสำคัญอะไรแก่คุณมั๊ย?
- หรือมันได้ให้ข้อมูลแก่คุณมั๊ย? หรือ
- มันได้แนะนำไอเดียใหม่ๆรึเปล่า?

นั่นคือ 1 ใน 2 ส่วน (ของหัวข้อสุดท้ายนี้) ที่ผมกล่าวถึงละนะครับ
- แต่ละย่อหน้าทำหน้าที่อะไร (พูดถึงอะไร/ให้(ข้อมูล)อะไรบ้าง)?
- ให้ไอเดีย หรือ
- ให้หลักฐาน
คุณ(อ่านแล้ว)ต้องตีความให้ออก (อ่านแล้ว)คุณต้องรู้ครับ โอเคนะครับ

finally summarize - การอ่านสรุปและตีความขั้นสุดท้ายมันสำคัญมากครับ
เพราะเมื่อคุณรู้ว่า มันพูดถึงอะไร มันเข้ากันกับโครงสร้างของเนื้อเรื่องทั้งหมด คุณก็จะ(อ่านแล้ว)เข้าใจได้ไวขึ้นน่ะครับ

เอาหละครับ นี่คือการสรุปขึ้นสุดท้าย (ตัวอย่าง) ผมต้องเรียนรู้อย่างนี้ครับ ผมเรียนอันนี้ และตอนนี้ผมกำลังสอนคุณ ผมรู้ว่ามันถูก เพราะว่าการสอนคุณนั้น ในสมองผมบอกว่า ผมรู้อันนี้และผมไม่รู้อันนั้น ...  นี่คือกุญแจสำคัญ ถ้าคุณอยากทำได้ดี ตอนนี้แน่นอน (จุดประสงค์ของคลิปนี้)นี่เพื่อสำหรับการสอบ  (เพราะตอนสอบ) คุณไม่สามารถหันไปคุยกับเพื่อนคุณ "เพื่อน รู้ป้ะ ครูสอนเรา รู้ป้ะ นี้หมายถึงไร"  เค้าอาจลากคุณออกจากห้องสอบได้ครับ  ... แต่(สำหรับการเรียน)ในห้องเรียน  วิธีที่ดีที่จะทดสอบว่าคุณเรียนรู้ไปได้แค่ไหน ก็คือ มีส่วนร่วมโดยการ(ลงมือ)สอนครับ(เหมือนกับการทวน)
  
ถ้าคุณสอนบางอย่างแก่เค้า
- แล้วมันออกมาว่า "โอ๊ย ผมจำไม่ได้อะ" คุณก็ต้องอ่านหนังสืออีกรอบน่ะครับ จำที่ผมบอกคุณในอีกคลิปวิดีโอได้มั๊ยครับ (แปะไปแล้วอะ อยู่บนๆอะ)  ดูคลิปอันนั้นซะนะครับ โอเคนะครับ

- แต่ถ้าคุณสามารถอธิบายได้ทุกอย่างเลย และทำให้คนเข้าใจได้  นั่นก็หมายถึง คุณเข้าใจในสิ่งที่คุณเขียนครับ
นี่คือทักษะที่ดี ที่คุณจะทำในชั้นเรียนนะครับ (อธิบายให้เพื่อนฟัง หรืออธิบายให้ตัวเองฟังก็ได้ค่ะ)

ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้


ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณ ค่ะ  ชอบๆกระทู้แบบนี้  ทุกคนเรียนรู้ไว้ ดีที่สุดเลย  และ พยายาม หาช่องทางใช้ ด้วย ยิ่งดี

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ....
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณมากนะคะ
เห็นด้วยว่า ภาษา ถ้าเรียนไปแล้วไม่นำไปใช้ มันก็ไม่เกิดประโยชน์
^ ^
ความคิดเห็นที่ 12
เยี่ยม ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
2.  อันนี้พวกสอบ

iTeacher iBT TOEFL: Reading lesson 1
ใครจะสอบ สนใจก็ตมไปดูเอง ทางขวามือของหน้าบนยูทูป มีคลิปติวสอบอีกเยอะ



New, Killer TOEFL Reading Tricks, Tips, & Strategy from NoteFull



TOEFL Class: R Pronunciation; Vulnerable Vocabulary; Writing Help; Lesson 4


Inside the TOEFL® Test: Speaking Questions 3&5


พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์พระจันทร์


ความคิดเห็นที่ 8
เอาหละ มาดูคลิปฝึก Reading Comprehension แบบต่างๆกันบ้าง ทั้งฝึกอ่าน เรียน และแบบฝึกหัด
1.  ทิปสั้นๆ
ความคิดเห็นที่ 6
  Reading Comprehension in English




Reading Comprehension in English


สวัสดีครับ เจมส์ครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ผมกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ และมันเข้าใจยากจริงๆ ผมไม่เข้าใจมันจริงๆเลย (ว่าเค้าเขียนว่าอะไร)
Comprehending = To understand  หรือเราสามารถพูดว่า Comprehension
Comprehension = เป็นทักษะที่ดีที่ควรเรียนรู้ไว้

คนจำนวนมากสามารถอ่านได้ แต่เค้าไม่เข้าใจจริงๆว่า "เค้าอ่านอะไร" เราจะมาเรียนเรื่องนี้กัน ถึงวิธีที่คุณจะใช้งานภาษาอังกฤษในการอ่าน และเข้าใจว่า คุณ"อ่านอะไร" (เข้าใจในสิ่งที่คุณอ่าน)

******************************************************
สรุป(ไม่ได้อยู่ในคลิป สามารถข้ามไป)

Reading Comprehension in English

1. read quickly and underline the words you don't know
อ่านอย่างรวดเร็วและขีดเส้นใต้คำศัพท์ต่างๆที่คุณไม่รู้(ความหมาย) และไม่ใช้พจนานุกรม
2. read again เราจะอ่านมันอีกครั้ง ครั้งนี้
- use the dictionary  ใช้พจนานุกรม
- summarize each paragraph ย่อแต่ละย่อหน้าที่คุณอ่าน ย่อออกมาเป็นย่อหน้าละ 1 ประโยค
3. read again and summarize everything
อ่านบทความทั้งหมดอีกครั้ง และย่อทุกอย่างที่คุณได้อ่าน
******************************************************


โอเคนะครับ ตอนนี้ ครั้งแรกที่คุณอ่านอะไร ให้อ่านอย่างรวดเร็ว และอย่าใช้พจนานุกรมครับ ถูกต้องครับ ผมคิดว่า(การใช้)พจนานุกรมมันไม่ดี เพราะจะทำให้คุณพลาดบางอย่างที่สำคัญไป

สิ่งนั้นเรียกว่า context (ปริบท, ถ้อยคำแวดล้อม, คำต่างๆที่อยู่รอบๆ) ทุกครั้งเมื่อคุณอ่านบางอย่าง คุณไม่เข้าใจคำทุกคำ อย่าไปใช้พจนานุกรมครับ คุณอ่านแต่ละคำรอบๆคำที่คุณไม่เข้าใจ และคุณคิดออกว่าคำนั้นหมายความว่าอะไร นั่นมันสำคัญต่อความเข้าใจ (หรือ Comprehension)

โอเคนะครับ ดังนั้น ขั้นแรก

  1. read quickly and underline the words you don't know

อ่านอย่างรวดเร็วและขีดเส้นใต้คำศัพท์ต่างๆที่คุณไม่รู้(ความหมาย)
Think of something that you "have to" do.
คิดถึงบางอย่างที่คุณ"ต้อง"ทำ
= ขั้นแรก
1. read quickly and underline the words you don't know
อ่านอย่างรวดเร็วและขีดเส้นใต้คำศัพท์ต่างๆที่คุณไม่รู้(ความหมาย)

ด้วย การทำเช่นนี้ เราเริ่มให้สมองทำงานรับข้อมูลใหม่ๆ และรับ context ของข้อมูล นั่นจะช่วยให้คุณเข้าใจ(เรื่องที่คุณอ่าน) แต่ยังมีอีก 2 - 3 ข้อนะครับ ดังนั้นไปดูบนกระดานต่อครับ


  2. read again

สิ่งที่ผมอยากให้คุณทำคือ ใช้พจนานุกรม และเราก็จะย่อแต่ละย่อหน้าที่คุณอ่าน ย่อออกมาเป็นย่อหน้าละ 1 ประโยค

เราจะอ่านมันอีกครั้ง ครั้งนี้

- use the dictionary  ใช้พจนานุกรม
- summarize each paragraph ย่อแต่ละย่อหน้าที่คุณอ่าน ย่อออกมาเป็นย่อหน้าละ 1 ประโยค

วิธีนี้ช่วยคุณยังไงหรอครับ
ใน กรณีแรก เราอ่าน เราไม่เข้าใจความหมายของคำ สมอง เริ่มถามว่า "มันหมายความว่าอะไร" เราใช้เวลา อ่านมันอีกรอบ ตอบคำถามที่สมองคุณถาม นั่นทำให้คุณสามารถย่อแต่ละย่อหน้า โดยใช้ความหมายธรรมดา(เขียนตรงๆ พื้นๆ) โอเคนะครับ

ตอนนี้เรามีข้อมูลมากเกินไปในแต่ละย่อหน้า ก็ย่อลงมาให้เหลือประโยคหนึ่ง (ในแต่ละย่อหน้า) ซึ่งจะทำให้คุณมาในทิศทางที่ถูกต้อง ที่ทำให้คุณเข้าใจจริงๆ ว่าคุณอ่านอะไร มาดูขั้นที่ 3 กันนะครับ


  3. read again  and summarize everything

ในข้อสาม เราต้อง ใช่ครับผมทราบอ่านมันอีกครั้ง แต่มันเป็นส่วนที่สำคัญครับ ตอนนี้คุณจะเข้าใจจริงๆ เชื่อผมครับ มันดีมาก
ดูครับ ตอนนี้ ครั้งนี้ เราจะมาอ่านบทความทั้งหมด และย่อทุกอย่างที่คุณได้อ่าน โอเคนะครับ

เมื่อคุณได้ย่อทุกอย่างเสร็จแล้ว ตอนนี้เรามาดูเหตุผลว่าทำไมเราถึงทำสิ่งนี้กัน
ด้วย การย่อทุกอย่าง มันทำให้คุณต้องเข้าใจจริงๆในสิ่งที่คุณทำ(อ่านและย่อออกมา) เราได้อ่านมันสามรอบ แต่ละรอบทำให้คุณเข้าใจสิ่งที่คุณอ่านอย่างละเอียดลึกซึ้งขึ้น

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คูล(cool) ส่วนที่คูลของมันอยู่ที่นี่ครับ
- ด้วยการอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก คุณได้เรียน สำนวน วลีและคำต่างๆ ที่คุณจะไม่ลืมครับ
- และส่วนที่คูลมันอยู่ที่นี่ครับ มันทำให้คุณอ่านได้เร็วขึ้น ถูกต้องครับ
ทุกครั้งที่คุณอ่านอะไรใหม่ๆคุณจะพยายามจำครับ ดังนั้นคุณลดทอนเวลาที่อ่านลง คูลครับ ผมบอกแล้ว

ผมรู้ว่ามันจะช้า ในช่วงเริ่มแรก แต่ผมสัญญากับคุณ ถ้า คุณทำตามนี้ซักพักนึง เช่นซักเดือน คุณจะมีพัฒนาการอ่านในภาษาอังกฤษอย่างดีเยี่ยม และกระทั่งที่สำคัญกว่านั้น และคุณจะพบว่าคุณเข้าใจ(ในสิ่งที่คุณอ่าน อย่างถ่องแท้มากขึ้น) Comprehension

ยังไงก็ตาม ผม เจมส์ ต้องไปแล้วครับ ขอให้มีวันที่ดีครับ

******************************************************

สรุปจ้า

Reading Comprehension in English

1. read quickly and underline the words you don't know
อ่านอย่างรวดเร็วและขีดเส้นใต้คำศัพท์ต่างๆที่คุณไม่รู้(ความหมาย) และไม่ใช้พจนานุกรม
2. read again เราจะอ่านมันอีกครั้ง ครั้งนี้
- use the dictionary  ใช้พจนานุกรม
- summarize each paragraph ย่อแต่ละย่อหน้าที่คุณอ่าน ย่อออกมาเป็นย่อหน้าละ 1 ประโยค
3. read again and summarize everything
อ่านบทความทั้งหมดอีกครั้ง และย่อทุกอย่างที่คุณได้อ่าน


******************************************************

ความคิดเห็นที่ 5
อันนี้คือคลิปที่ครูเจมส์เค้าอ้างถึงไว้ในคลิป มีแปล อยู่ในความเห็นถัดไป

พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์พระอาทิตย์

ความคิดเห็นที่ 4
พอคุณบอกสมองคุณ ว่าคุณมองหาคำตอบเหล่านี้ แล้วสมองคุณก็จะ(คิด)หาคำตอบ(เหล่านี้มา)
ซึ่งมันประหยัดเวลาให้คุณไปได้มาก อย่างเช่น สมองจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ข้อมูลที่ชั้นต้องการ ดังนั้น ข้ามมันไป
หรือ ผมจะไม่อ่านอะไรพวกนี้เลย ผมจะอ่านเล่มอื่น (ซึ่งทำให้คุณประหยัดเวลาและอ่านหนังสือได้เร็วขึ้น ตรงประเด็นขึ้น)

ต่อมา break down the introduction
introduction ปกติมี 3 พาร์ท
1. ทอปปิค/ซับเจค/หัวเรื่อง/หัวข้อ  - หนังสือเรื่องนี้ เกี่ยวข้องหรือพูดถึงเรื่องอะไร
2. เมน ไอเดีย - เมน ไอเดียที่คนเขียนพูดถึง คือเรื่องอะไร
3. ทีสิส - ความเห็นของผู้เขียน  ว่าควรทำอย่างไร, เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย
ดังนั้น คุณทำสามสิ่งนี้ แตกมันออกมาเป็นสามอย่าง
- หัวข้อได้ว่า งี้ๆๆๆ,
- เมน ไอเดีย ได้ว่า งี้ๆๆๆๆ,
-  และความคิดเห็นของผู้เขียน
ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้ไวและชัดเจนขึ้น และอ่านข้ามเนื้อหาที่ไม่สำคัญไป บ่อยครั้งเวลาที่เค้าต้องการจะขายหนังสือ อย่างเช่นเล่ม(ในมือผม)นี้นะครับ 20 หน้า มันดูดีมากเลย แต่คนเขียนบอกว่า ชั้นต้องการเขียนให้ได้ 220 หน้า เค้าก็จะเพิ่มหน้า โดยที่มันไม่มีอะไรเลย พระจันทร์เป็นสีแดง และสว่างไสวขึ้นในท้องฟ้าแห่งขัยชนะ ... ... คือเค้าไม่ได้เพิ่มเนื้อหาอะครับ แต่เค้าก็ได้เพิ่มราคาขายให้ตัวเล่มหนังสือ  

พอก่อน ถึงนาทีที่ 5.13 ง่วงละ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อ จบกันดื้อๆ
มีต่อข้างล่าง ให้อ่านพลางๆระหว่างรอ


นี้แบบฝึกหัดสำหรับคลิปข้างบนเผื่อคนที่สนใจ
http://www.engvid.com/reading-skills-that-work/


เค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้กเค้ก


ความคิดเห็นที่ 3
ครูพบมาจากเว็บของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ตอนที่คุณครูเสิร์ชวิธีที่เค้าใช้สอนนักเรียนคอร์แนล ซึ่งคุณครูเชื่อว่ามันจะได้ผลสำหรับคุณด้วยนะครับ หลายๆครั้งผู้คนรับข่าวสารแบบเป็น ผู้รับสาร นั่นหมายถึง เค้านั่งอ่าน(อยู่อย่างนั้น)และหวังว่าเรื่องมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น ถ้าคุณครูนั่งอ่านแต่ละหน้ากระดาษ และคิดว่าแต่ละหน้าจะพูดกับคุณและคุณจะเข้าใจ นั่นมันไม่เกิดขึ้นแน่ๆครับ

แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณจะทำให้ทักษะการอ่านคุณดีขึ้น คุณต้องแอคทีฟ คือทำให้สมองของคุณตื่นตัว(ฝึกคิด ฝึกฝน) อยู่ตลอดเวลาครับ  สิ่งแรกที่เราจะทำก็คือ เมื่อคุณเริ่มอ่านนะครับ อะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษแผ่นนึง หรือ หนังสือ นิตยสาร การ์ตูน สิ่งที่คุณจะทำก็คือ ถามคำถามครับ ถามเพื่อให้ข้อมูลแก่สมองคุณว่า คุณกำลังมองหาอะไร? อะไรคือจุดสำคัญ(ของเนื้อเรื่อง)?

ถ้าชื่อหนังสือมันเกี่ยวกับเรื่อง ประวัติศาตร์ หรือคณิตศาสตร์ ดังนั้น (เนื้อเรื่อง) มันก็จะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มันอาจะกี่ยวกับวิทยาศาตร์ มันอาจะเกี่ยวกับจิตวิทยา  แต่บางทีมันอาจจะไม่เกี่ยวข้อง(อะไรเลย)กับเรื่องรถยนต์ ใช่มั๊ยครับ

ดังนั้นคำถามหลักที่เราจะถามก็คือ อย่างเช่น ในกรณีนี้ อาจจะป็น
- ทำไมมันถึงสำคัญ?
-  มันส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร?
-  ทำไมคุณครูถีงสอนชั้นเรื่องนี้กัน?
หรือ
-  สิ่งที่ชั้นต้องเรียนจากเรื่องนี้ คืออะไร? หรือ สิ่งที่ชั้น(ต้อง)ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้?
ซึ่งคำถามเหล่านี้จะ ให้ข้อมูลแก่สมองคุณว่า คุณกำลังมองหาอะไร?


อมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้มอมยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 2
Reading skills that work  ทิป/เทคนิคในการอ่าน พวกนี้มันได้ผลครับ วิธีเดียวที่มันจะไม่ได้ผล ก็คือ เมื่อคุณไม่นำมันไปใช้นะครับ
เอาหละครับ ดังนั้นเราจะมาใช้กัน เดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย ส่วนแรกนี้ สำหรับใช้ ที่โรงเรียน ถ้าคุณเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน
ก็อย่ากังวลครับ คุณยังสามารถประยุกต์สิ่งเหล่านี้(ไปใช้ได้ครับ) คุณครูแค่ใช้คำว่า test/ school/class เพื่อคนที่จะสอบไอเอล โทอิค หรือโทเฟิล หรืออาจจะเป็นคุณในอนาคตเช่นกันก็ได้นะครับ ดังนั้นอย่ามองว่าเราอาจจะไม่ได้ใช้ อย่าหลีกเลี่ยงทุกสิ่งทุกอย่างเลยนะครับ เพียงเพราะว่า คุณไม่ชอบมัน(ที่มันดูยากเกินไปหรือมองว่าเป็นยาขมสำหรับคุณ) โอเคนะครับ

เอากละครับ ก็ระลึกไว้ว่า คุณอาจไม่ได้ใช้มันตอนนี้ แต่ต่อไปในอนาคตคุณอาจต้องใช้มัน(ในทางอ้อม ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง) ก็ได้ โอเคนะครับ

หัวข้อแรก For tests and class

คุณครูจะสอนเรื่อง Active reacing skills

ความคิดเห็นที่ 1
Reading skills that work - for tests and in class

สวัสดีครับ คุณพร้อมรึยังครับ บทเรียนที่คุณครูจะสอนในวันนี้ เกี่ยวกับ Reading skills (คุณครูพูดถึงคลิปก่อนหน้า เรื่อง Reading Comprehension in Englishซึ่งก็คือคลิปนี้ ซึ่งเราตั้งกระทู้ไปแล้ว เดี๋ยวจะยกเนื้อหามาแปะให้ คลิปนี้


)

ต่อ

ถ้าคุณอยู่คนเดียวที่บ้าน พยายามจะเข้าใจ(เรียน) เนื้อหาภาษาอังกฤษจากคลิปวิดีโอ บทเรียนนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับคุณครับ ในการช่วยคุณ บางคนบอกว่า ผมจะทำยังไงดีเนี่ย มีสอบโดยไม่มีดิกชันนารี คุณลืมไปนะครับว่าผมจะช่วยคุณให้ทักษะการอ่านคุณดีขึ้นนะครับ
ด้วย 3 สิ่ง คือ
1. ข้อแรก ทำ(ไป)ให้เร็วขึ้น
2. ข้อสอง พัฒนาทักษะการอ่านของคุณ
3. และข้อสาม ผมอยากให้คุณสนุกไปกับการอ่านน่ะครับ  

เอาหละครับ มาดูที่กระดานกัน



(อีกด้าน)

แสดงความคิดเห็น
Preview