วันปิยะมหาราช

สพฐ. เพึ่งคิดได้หรือครับนี้ การศึกษาของชาติจะล่มจมอยู่แล้วววว

กระทู้สนทนา
ธัมโมสังโค

"...ในการขอให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ จะไม่เน้นการทำผลงานทางวิชาการ แต่จะประเมินสมรรถนะของครูผู้สอน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน อย่างคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) เป็นสำคัญ..."

ถ้าฉลาดคิดได้ก่อนหน้านี้ เด็กไทยคงจะฉลาดและมีคุณภาพมากกว่านี้ สงสัยว่าก่อนหน้านี้ทำไมคิดไม่ได้ ปล่อยให้เวลาเนินนานจนการศึกษาชาติจะล่มจมกันอยู่แล้ว?

เสนอว่าควรจับครูที่ต้องสอนวิชาสามัญตัวหลักๆ (วิทย์ คณิต อังกฤษ ภาษาไทย สังคม)ทุกคนสอบข้อสอบเดียวกับที่เด็กต้องสอบนั้นแหละ (สอนวิชาไหนก็ให้สอบวิชานั้น) ให้โอกาสสอบสามครั้งภายในหนึ่งปี ถ้าทำได้ไม่ถึง 80% ให้ริบใบประกอบวิชาชีพครูซะ เพราะถ้าขืนให้คนโง่มาเป็นครูต่อไปประเทศจะยิ่งล่มจม เสียเงินภาษีซะเปล่าๆ ปลี้ๆ

ส่วนคนที่จะเข้ามาเป็นครูไม่ว่าจบครูหรือไม่จบก็ให้สอบข้อสอบเดียวกันกับข้างต้น สอบไม่ผ่าน ใครหน้าไหนก็ไม่ต้องมีสิทธิเสนอหน้ายื่นเรื่องขอใบประกอบวิชาชีพครูทั้งนั้น

แบบนี้จะได้คัดกรองเอาคนที่มีวิชาความรู้ดีพอที่จะสอนได้ ไม่ใช่เป็นอยู่อย่างปัจจุบันที่ขนาดมีครูค.ศ 2 3 4 เงินเดือนแพงๆ เต็มโรงเรียน แต่สอนเด็กไม่รู้เรื่อง เด็กสอบข้อสอบกลางตกกันยกโรงเรียน แบบนี้จ่ายตังค์เลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุกเปล่าๆ

ขั้นต่อไป ถ้ากลัวว่าคนที่จะเข้ามาเป็นครูจะสอนไม่เป็น ก็ให้เข้าอบรมหลักจากทดสอบวิชาการผ่าน80%แล้ว รัฐต้องลงทุนหน่อย ทำให้เป็นวาระแห่งชาติไปเลย แต่งตั้งให้มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ที่มาตรฐานสูงด้านศึกษาศาสตร์หรือการสอนมารับผิดชอบทำการอบรม การคัดเอาคนมีความรู้ดีอยู่แล้วมาอบรมสักสี่เดือนหกเดือนเขาก็น่าจะสอนได้แล้ว และถ้ากลัวว่าจะขาดคุณธรรม อยากเอาวิชาจรรยาบรรณหรือวิชาจิตๆ ทั้งหลายใส่ก็ให้ใส่เข้าไปช่วงนี้แหละ จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย แต่โปรดเลิกคิดซะทีว่าถ้าไม่ได้เรียนวิชานามธรรมพวกนี้เป็นปีๆ อย่างเข้มข้นแล้วจะสอนไม่ได้ เพราะหลักใหญ่ใจความคือวิชาความรู้แก่นสาระในวิชาที่ต้องสอน ไม่ใช่วิชาเครื่องเคียงอะไรพวกนี้

เท่านี้อาจยังไม่พอเพราะยังไม่ได้ลงมือสอนจริงๆ จังๆ ก็ให้คนที่ผ่านการอบรมพวกนี้สอนไปสัก 1 ปี (คล้ายเกณฑ์เดิมที่กำหนดไว้) แล้วให้คณะกรมการกลางไปประเมินตรวจสอบคุณภาพ สอนได้สอนดีตามเกณฑ์แล้วค่อยมอบใบประกอบวิชาชีพครูให้ จากนั้นถ้ากลัวน๊อตจะหลวมอีก ก็ให้วัดระดับความรู้ที่สอนเป็นระยะ + มาตรวจสมรรถนะการสอนสักสองปีครั้งสองครั้งอะไรแบบนี้

หลักการประเมินทั้งความรู้ที่สอนและสมรรถนะนี้ก็ควรใช้กับคนที่เป็นครูไม่ว่าวิทยฐานะระดับไหนด้วย เพราะความรู้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ครูคนไหนเฉื่อยๆ สอนเช้าชามเย็นยามจะได้หมดไปซะที

ส่วนใครใคร่จะเรียนครูอยากเน้นวิชาจิตๆ อะไรก็แล้วแต่ใจชอบ แต่ไม่ควรยกเป็นอภิสิทธิ์ให้เป็นทางตรงเข้าสู่วิชาชีพครู เพราะผลงานก็เห็นๆ กันอยู่ว่าคนจบครูโดยเฉลี่ยคุณภาพอยู่ระดับไหน ไอ้เรื่องสอบเก้ามาตรฐานสำหรับคนที่ไม่ได้จบสายครูก่อนขอใบอนุญาตประกอบการสอนนั้นก็เหมือนกัน ยกเลิกไปซะเถอะ ทดสอบไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่ข้อสอบท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองแล้วเอาไปกากบาททั้งนั้น ไม่ได้วัดคุณภาพความสามารถความรู้ในการสอนอะไรเลย สูญเปล่าทั้งเพ

เรื่องค่าตอบแทนหรือการปรับวุฒิของครูก็ให้ทำเป็นมาตรฐานจริงจังหน่อย คำไหนต้องคำนั้น บังคับใช้ได้จริง ไม่ใช่สร้างความหวังพ่นลมไปวันๆ แต่ครูน้อย ครูเอกชน ครูอัตราจ้างทั้งหลายต้องมากินแกลบ รอตกเบิกตกเบิก เขาจะเอากำลังใจที่ไหนมาสอน วุฒิแรกบรรจุครูนั้นก็อีก จบโทจบเอกก่อนบรรจุเอามาปรับวุฒิไม่ได้ คิดมาได้ บ้าหรือเปล่า ออกกฎรักษาอำนาจพวกพ้องเต็มๆ กีดกันสะกัดกั้นคนเก่งแต่มีวุฒิสูงเข้ามาเป็นครูชัดๆ สงสัยกลัวสอนเก่งก้าวหน้ากว่าคนจบครูที่เรียนวิชาสารพัดจิตๆๆๆ แหง่มๆ

ถ้าพวกท่านที่เกี่ยวข้องทั้งตรงทั้งอ้อมไม่จริงจังแก้ไขปัญหา เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง รับรองว่าชาติเราจะต้องล่มจมเข้าสักวันแน่ๆ ผมรับประกันเลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ